ภาพลักษณ์ใครๆก็เห็นว่าสำคัญ เพราะเป็นปราการแรกที่คนข้างนอกจะยอมรับสิ่งหนึ่งได้ขนาดไหน การนำเสนอตัวตนของสิ่งหนึ่งจึงจำเป็นให้ความสำคัญกับ “ภาพลักษณ์” กันมากโดยเฉพาะในปัจจุบัน
การสร้างภาพลักษณ์ ไม่ได้เป็นสิ่งรับประกันว่า ภายใต้ฉากหลังสิ่งที่เห็นจะมีคุณค่าเท่ากับความคาดหวังที่ได้เห็นครั้งแรกหรือไม่ ที่เหนือกว่านั้นเป็น “ปฏิบัติการทางจิตวิทยา” ที่คนเราเป็นผู้บริโภคย่อมวิ่งเขาสู่ “มนตรา” เหล่านี้
ผมไม่ใคร่สบายใจเมื่อเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน ผมได้เห็นทุกมุมเมืองมีการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในภาพคัทเอาท์เห็นได้ชัดว่าเป็นภาพศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามดั้งเดิมของชาติที่ทุกคนภูมิใจ แต่ตัวอักษรด้านล่างกลับถูกสื่อให้เป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ
เพราะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มึนเมาคนในชาติ เมื่อเดินไปในส่วนย่อยๆของเมืองก็พบว่าสื่อแบบนี้แฝงหลากหลายทุกซอกทุกมุมในรูปแบบต่างๆ เป็นความน่ากลัวของทุนนิยม เป็นความน่ารังเกียจของนายทุนที่ไม่สนใจความหายนะของคนในประเทศ

ที่เชียงใหม่ใกล้ฤดูกาลเลือกตั้งนักการเมืองท้องถิ่น ต่างชักแถวสมัครกันเต็มที่ น่าสังเกตว่าเป็นผู้สมัครหน้าเดิม แต่ภาพลักษณ์ที่นำเสนอผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ เป็นหลักการโฆษณาที่เข้าถึงใจผู้คนจริงๆ ผมไม่ได้เรียนทางโฆษณามาแต่ผมก็สังเกตว่า การจัดวางรูปแบบภาพ อิริยาบถที่เป็นธรรมชาติ สี และองค์ประกอบกิจกรรมในแผ่นป้ายของผูสมัครล้วนแต่มีสีสัน กลุ่มที่นำเสนอตัวเองว่ารักเด็กก็มีเด็กมาห้อมล้อม กลุ่มที่รักธรรมชาติก็แทรกตัวเองภายใต้ธรรมชาติอันร่มรื่น นำเสนอกันอย่างหลากหลายเป็นสีสันให้ดูกันเพลินๆ จะว่าไปนี่คือพัฒนาการ “สร้างภาพ” หรือ“สร้างภาพลักษณ์” ที่น่าสนใจที่นักการเมืองท้องถิ่นนำมาใช้ เมื่อก่อนก็มีเฉพาะหัวหน้าพรรคใหญ่ที่ทุ่มทุนเพื่อจ้างบริษัทโฆษณาเพื่อหวังผลเรื่องคะแนนเสียงความนิยมโดยเฉพาะ หมดยุคของภาพหน้าตรงเหมือนถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมบอกเบอร์หมายเลข และจุดๆแทนหมายเลขเบอร์ของใบปิดแนะนำตัวแบบเก่าๆแล้ว
ผมคิดว่าอีกไม่นานนักการเมืองระดับท้องถิ่นเล็กๆก็ต้องอาศัยการนำเสนอภาพลักษณ์แบบนี้เช่นกันวงการโฆษณาต้องปรับตัวขนานใหญ่เอาใจนักการเมืองทั้งหลายในช่วงต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคเราก็อยากได้นักการเมืองที่ดีมีคุณภาพ สมที่ให้ความชื่นชมภาพลักษณ์ตามที่นำเสนอ ซึ่งในความเป็นจริงกับภาพลักษณ์ค่อนข้างห่างไกลกันมาก สิ่งที่เรารับรู้หลังเลือกตั้ง คือ คำตอบที่เป็นตัวตนจริงๆของคนเล่นการเมือง
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เชียงใหม่
๑๘ มิย.๕๐
ป้ายแนะนำตัวผู้สมัครสีสันสวยงาม เด่นสะดุดตา
ชวนให้คิด ตั้งคำถาม และดึงดูดความสนใจ
ว่าเจ้าของเป็นใคร ทุ่มเทงบประมาณไปมากน้อยขนาดไหนกับป้ายสีสดใสพวกนั้น
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยเฉพาะที่โดนใจมากที่สุด คือ ป้ายผ้าสีแดงสลับขาวติดหมายเลขที่พาดติดอยู่รอบคูเมือง เพิ่มสีสันให้กับคูเมือง แต่บดบังความงามไปเสียมากโข</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไม่กี่เดือนก็ต้องเลือกตั้งใหม่อีกครั้งเพราะหมดวาระ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ป้ายก็ต้องถูกทำใหม่อีก
รถหาเสียงติดลำโพงก็ต้องออกวิ่งอีก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คูเมืองก็ต้องถูกตกแต่ง/บดบัง อีก
และที่สำคัญงบประมาณก็ต้องถูกใช้/ถลุงอีก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>โอ้ เมืองเชียงใหม่ ไทยแลนด์
อยากเห็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้ตั้งใจทำงานจริงๆจังๆอย่างเหมือนตอนหาเสียงจัง ผมว่าบ้านเมืองคงฉุดไม่อยู่แน่ เพราะการพัฒนาจะรวดเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด ผมว่านักการเมืองเองถ้าไม่อายตัวเองจากภาพลักษณ์ที่สร้างออกไป รับรองบ้านเมืองเดือดร้อนแหงๆ หนำซ้ำอาจอยู่ไม่ครบวาระด้วยก็เป็นได้ เพราะพลังประชาชนเข้มแข็งมาก(ถ้าเกิดวิกฤตกับตัวเอง) ถ้าเป็นเรื่องทางสังคมมีส่วนน้อยที่จะให้ความสำคัญ อย่างมากก็แค่วิจารณ์ แล้วก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามยถากรรมที่สร้างกันไว้ก็แล้วกัน
สวัสดีครับ คุณพิมพ์ดีด
ก็ยังคงจะต้องเจอสภาพการณ์อย่างนี้อีกนานครับ ผมก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่กับในสมัยก่อนช่วงเลือกตั้งมีการปิดใบประกาศที่รกรุงรัง เป็นขยะ มองไม่สวยงาม จริงๆน่าจะมีบอร์ดกลางนะครับ ให้คนไปดูเอาตรงนั้น ไม่รู้ว่าของต่างประเทศเป็นแบบเราหรือเปล่า??
สวัสดีค่ะ
ซึ่งในความเป็นจริงกับภาพลักษณ์ค่อนข้างห่างไกลกันมาก สิ่งที่เรารับรู้หลังเลือกตั้ง คือ คำตอบที่เป็นตัวตนจริงๆของคนเล่นการเมือง
ตัวตนจริงๆดูได้จากภูมิหลังค่ะ
ที่มีระยะยาวนานพอควร ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนค่ะ
ตอนหาเสียงผู้สมัครไหว้ชาวบ้าน แต่พอถูกเลือกเข้าไปแล้ว ชาวบ้านต้องไหว้ และตามหาไม่เจอ เพราะประชุมเยอะ :)
ช่วงก่อนเลือกตั้งเป็นมหกรรมการสร้างภาพลักษณ์ หลังเลือกตั้งแล้วเป็นอย่างไร ตามดูกันอีกทีครับ:)
ขอบคุณครับ เงียบหายไปสบายดีนะครับ
พี่
ในความเป็นจริง คนไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องภูมิหลังเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ
ก็มองแต่ภาพปัจจุบัน ว่ากันว่าคนไทยเราชอบสงสารและเกรงใจ ...นักการเมืองที่เลือกเข้ามาก็มีด้วยเหตุผลแบบนี้บ้าง โดยเฉพาะในชนบทที่ผมอยู่ แทบจะได้มองเรื่องภูมิหลัง เลยครับ
ขอบคุณพี่ ครับที่มาช่วยเติมบันทึกให้มีสีสัน
สวัสดีอีกทีค่ะ
ในความเป็นจริง คนไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องภูมิหลังเท่าไหร่
เป็นหน้าที่ๆรัฐบาลต้องเข้าไปให้การศึกษาแก่คนว่าจะเลือกผู้แทนคุณภาพอย่างไรค่ะ เขามีงบตรงนี้ค่ะ
และเราเองก็ต้องช่วยให้ข้อมูลหรือการศึกษาเขาด้วย
คนที่เรารู้จัก อาจไม่ใช่คนที่เราอยากเลือก เพราะไม่มีคุณสมบัติตามที่เราอยากได้ให้เขาไปทำงานให้เราค่ะ
ขอบคุณพี่มากครับ
ที่มาช่วยเติมเต็ม ผมเห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างมากครับโดยเฉพาะชนบทที่ผมอาศัยอยู่ ข้อมูลเหล่านี้กลับไม่ได้นำเสนอ การรับรู้ของคนชนบทก็จำกัดครับ
การซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็รุนแรงมากครับ ตอนนี้แม้แต่เลือก อบต.ยังซื้อเสียงกันเลยครับ
มีแต่เรื่องสิ้นหวังนะครับ
แต่ประเด็นเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์จริง เป็นแนวทางในการคิดหาแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบนี้ในอนาคต
ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับ
ภาพลักษณ์ ท่สำคัญของนักการเมือง จะถูกสรุป บันทึกลงบนหนังสือแห่งชีวิตของตัวเขาเอง หากทำดีมากกว่า เลว ลูกหลาน ท่อยู่เบื้องหลังก็มีศักดิ์ศรี ยืดอกบอกผู้คนได้ว่า พ่อแม่ โคตรเหง้าของฉัน มือสะอาด ไม่โกงชาติ
หากเห็นแก่ตัว มากกว่าแก่ประเทศชาติ วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างเปิดเผย ลูกหลาน โคตรเหง้า ก็ต้องอับอาย ไร้แผ่นดิน สิ้นศักดิ์ศรี
ขอบคุณ หนูน้อย ที่มาแลกเปลี่ยนกันครับ
ปีนี้ เลือกตั้งครั้งนี้ ก็ต้องดูกันไป ว่า ภาพลักษณ์กับความเป็นจริงนั้น ไปด้วยกันได้ขนาดไหน