เห็นนักวิชาการ หรือคนที่มีตำแหน่งทางวิชาการหลายคนออกมาเขียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกันมากใน gotoknow ไม่รู้ว่า รู้จริง หรือว่าลอกเขามา หรือว่าตามกระแสว่าฉันก็รู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หรือกำลังหลงทาง เพราะถ้ารู้แล้วไม่ปฏิบัติก็ไม่มีความหมาย ว่าคนอื่นเขาแล้วตัวเองรู้ดีนักหนาเหรอ เปล่าครับผมเองให้อธิบายก็อธิบายไม่ค่อยถูก แต่ผมพยายามปฏิบัติตามอยู่ และจากการที่ผมได้เข้าอบรมหลายครั้ง และได้ยินจากปาก อ. วิวัฒน์ ศัลยกำธร ก็พอจะซึมซับเข้ามาบ้าง จึงเอาแผนผังเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มาเผยแพร่ เผื่อนักวิชาการที่หลงทางจะได้หันกลับมาถูกทางบ้าง

 

 ตอนที่ยังไม่มีเศรษฐกิจพอเพียงก็มีเศรษฐกิจอยู่ 2 อย่าง

  • ทางซ้ายมือเป็นเศรษฐกิจหลังเขา ฉันอยู่ของฉัน ไม่ยุ่งกับใคร วัดผลกันที่ความสุขมวลรวม(GDH)
  • ทางขวามือธุรกิจค้าขาย หรือธุรกิจตาโตวัดผลกันที่ ผลิตภัณฑ์มวลรวม(GDP)

ความสุข วัดได้จริงเหรอ มีศาสนาไหนพูดถึงความสุขบ้าง ผลิตภัณฑ์มวลรวม มันแค่ตัวเลขหลอกลวงหรือเปล่า ทั้งสองอย่างนี้ทำให้เราอยู่ดีกินดี มีสังคมที่ดีหรือเปล่า

เศรษฐกิจพอเพียง อยู่ตรงกลางระหว่างหลังเขากับตาโต เป็นเศรษฐกิจที่ มีสามลักษณะ มีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน  สองเงื่อนไข คือ มีความรู้ และคุณธรรม รายละเอียดหาอ่านกันเอาเองนะครับ เป็นสิ่งที่จะทำให้ตัวเรา และประเทศรอดพ้นจากวิกฤตต่างๆได้

ส่วนตัวผมเองไม่อยากทำเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นเรื่องยาก ผมคิดอยู่เสมอว่าทำอะไรพยายามพึ่งตนเองให้มากที่สุด ก็เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ลองนึกดูนะครับว่าตั้งแต่ตื่นขึ้นมามีอะไรที่เราพึ่งพาต่างประเทศบ้าง

จากคำถามของ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร "ทุกวันนี้คุณกินข้าวไทยหรือเปล่า"  ลองคิดดูนะครับแล้วค่อยมาเฉลยกัน

สุดท้ายด้วยพระราชดำรัชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

 ถ้า​สามารถ​ที่​จะ​เปลี่ยนไป​ ​ทำ​ให้​กลับ​เป็น
"​เศรษฐกิจแบบพอเพียง"
​ไม่​ต้อง​ทั้ง​หมด​ ​แม้​แค่ครึ่งก็​ไม่​ต้อง​ ​อาจ​จะ​สักเศษหนึ่ง​ส่วน​สี่
​ก็​จะ​สามารถ​อยู่​ได้​ ​การแก้​ไขอาจ​ต้อง​ใช้​เวลา​ ​ไม่​ใช่​ง่ายๆ
​โดย​มากคนก็​ใจร้อน​เพราะ​เดือดร้อน
​แต่ว่า​ถ้า​ทำ​ตั้งแต่​เดี๋ยวนี้​ ​ก็​สามารถ​ที่​จะ​แก้​ไข​ได้

พระราชทาน​ ​เมื่อวันที่​ ๔ ​ธันวาคม​ ๒๕๔๐