คราวนี้ถึงตอนที่พูดถึงแต่ละท่านจริงๆแล้วค่ะ อ่านเองอีกก็ยังประทับใจไม่ลืมเลย
ตอนที่เราโทรศัพท์นัดคนไข้ตามที่เล่าในตอนที่แล้ว พอนัดวันกันเรียบร้อย (ส่วนมากจะล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน) พอถึงเวลา 2 วันก่อนนัด เราต้องโทรไปเตือนเพราะเขาต้องงดเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ 48 ชั่วโมงและสอบถามว่าพร้อมไหม คนแรกที่จะเล่าเป็นนักธุรกิจ พอโทรไปปั๊บ เขาก็ตอบยืนยันทันทีเลยว่า เขาเตรียมตัวไว้แล้ว เรียกว่ามีความรับผิดชอบสูงมาก และเรื่องนี้เจอในทุกราย มีคนหนึ่งที่ติดธุระ ก็อุตส่าห์โทรมาบอกขอเลื่อนเป็นวันอื่น และขอโทษขอโพยที่ทำให้เราเสียหมายกำหนดการ เรียกว่าโชคดีมากในเรื่องอาสาสมัคร สำหรับคุณนักธุรกิจคนนี้นั้น เขาเพิ่งจะกลับมาจากเมืองจีน (ไปทำธุระเรื่องงาน 2 วัน) ตอนที่โทรไป เขาถามว่าเขาจะรบกวนขอที่นั่งที่เขาสามารถใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุคระหว่างที่รอเวลาเจาะเลือดด้วยได้ไหม ก็เลยจัดให้ในห้อง lab มุมหนึ่งที่ยังไม่มีใครใช้ เราต้องไปรอเขาที่ห้องโถงหน้าตึก ใช้วิธีเดาเอาจากข้อมูลเรื่องน้ำหนักและส่วนสูงที่มี คนนี้สูงมาก 180 ซม. พามาห้องเจาะเลือด เพื่อจะคุยกับอาจารย์แล้วก็ให้เซ็นใบยินยอมก่อนจึงจะเจาะเลือดครั้งแรก (fasting blood) แล้วก็ให้กิน milkshake ที่มีไขมันสูงเข้าไปกับวิตะมินเอเป็นแคปซูล แล้วก็ให้เขาไปนั่งทำงานได้ นัดกันว่าอีก 1 ชั่วโมงจะมาเรียกไปเจาะเลือดที่ห้องเจาะ ปรากฎว่าพอก่อนถึงเวลา 5 นาทีเราไปเช็คกับห้องเจาะเลือด เพราะคิวเขายาว (พอๆกับบ้านเรา) ว่าคนไข้ของเราจะถึงเวลาแล้ว ก็พบว่าคุณคนไข้ของเราไปนั่งรอเองเรียบร้อยเลย แล้วก็เป็นอย่างนี้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 2, 4, 6, 8, 10 (ตอน 5 โมงเย็น) โดยระหว่างนั้นเขาก็นั่งทำงานไปเรื่อยๆ แถมบอกเราว่าดีจังที่เขาได้มานั่งทำงานสงบๆนอกที่ทำงาน อย่าลืมนะคะว่าการทดลองนี้เขาจะกินอะไรไม่ได้เลยจนถึงการเจาะเลือดครั้งสุดท้าย ดื่มน้ำได้เท่านั้น เขาเสียสละเวลาและเลือดให้เราโดยไม่ได้คาดหวังอะไรเลย น่าประทับใจไหมคะ พอเราบอกว่าเตรียมอาหารไทยมาให้เขากินหลังจากเสร็จการเจาะเลือดครั้งสุดท้าย เขาก็ทำท่าแปลกใจมาก และดีอกดีใจเพราะเขาก็ชอบอาหารไทย ทำให้เราก็ได้รู้สึกดีๆที่ได้ให้อะไรเขาบ้าง คนนี้ค่าไขมันทั้งหลายแหล่ของเขานั้นปกติดีค่ะ
เล่าวันละคน เพื่อสร้างความรู้สึกดีๆและไม่ยาวเกินไป ยังมีอีก 2 คนที่เอามาเล่าไว้ในบทความนี้ค่ะ ไว้เล่าต่อที่บันทึกหน้า