นอกจากอาหารเช้าที่ผมฝากท้องไว้กับขนมปังไข่ดาวของโรงแรมแล้ว มื้อเที่ยงเป็นมื้อที่ต้องหารับประทานเอง ผู้เข้าเรียนในหลักสูตรส่วนใหญ่ จะใช้บริการร้านอาหารของโรงพยาบาล Singapore General ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติเขาตั้งอยู่

ร้านอาหารของโรงพยาบาลนี้ เหมือนศูนย์อาหารตามห้างสรรพสินค้าบ้านเรา มีหลายสาขา ชื่อเป็นลูกผสมว่า Kopitiam มาจากคำว่า โกปี๊ กับ เตี้ยม ซึ่งแปลว่า กาแฟ กับ ชา

สิ่งที่พิเศษไปจากระบบร้านอาหารในบ้านเรา ซึ่งรวมทั้งห้องอาหารโรงพยาบาลด้วยก็คือ
<ul><li>ระบบการเข้าคิวซื้ออาหาร  อีกแล้วครับท่าน เรื่องคิวนี้เรียกได้ว่า มันเป็นชีวิตประจำวันของเขาเลย </li></ul>รู้มั๊ยครับ ตอนผมเอ่ยปากชมเรื่องนี้กับคนสิงคโปร์ว่า ปลูกฝังวัฒนธรรมเรื่องนี้ได้ดีมาก เขาตอบผมว่าอย่างไร
<p>ขาพูดถึงการยืนตรงเคารพธงชาติ ของคนในบ้านเราวันละสองครั้ง</p><ul><li>ระบบการใช้บัตรเติมเงินบัตรเหล่านี้เติมเงินได้ ใช้ได้ทุกแห่ง สะดวกในการซื้ออาหารโดยไม่ต้องพกกระเป๋าตังค์ แถมมีส่วนลดราคาอาหารได้อีกด้วย
</li></ul><p>สำหรับเรื่องไม่ดี ก็มีเหมือนกัน</p><ul><li>ช้อนส้อมและจานของเขา เป็นระบบทุกร้านใช้เหมือนกัน เหมือนกับโรงพยาบาลม.อ. แต่เขาไม่ได้มีหม้อต้มน้ำให้แช่ช้อนแบบบ้านเรา แน่นอนครั้งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ไอ้ที่แช่กันแบบจุ่มๆที่เราทำนั้น มันช่วยได้แค่ล้างฝุ่นสกปรก ไม่ได้ฆ่าเชื้ออะไร ถ้าจะให้ดีต้องแช่ช้อนเอาไว้ในหม้อตลอดเวลาพร้อมหยิบใช้เลย แบบที่ร้านอาหารในกระทรวงสาธารณสุขบ้านเราใช้นั่นแหละ น่าจะได้ประโยชน์จริง</li></ul><ul><li>พ่อค้าแม่ค้าเขาไร้อารมณ์จริงๆ บางร้านหน้าตา ราวจะกินเลือดกินเนื้อลูกค้าผู้นำเงินมาให้เลยด้วยซ้ำ ผมเห็นเขาขายของแล้ว บางที่อยากยกมือไหว้ เหมือนต้องไปขอเขากินยังไงยังงั้น</li></ul><< ลอดช่องสิงคโปร์ ๖: ข้าวมันไก่ที่ Maxwell