สุดท้ายแล้วค่ะ เป็นเรื่องของผู้เขียนเอง ที่ถูกขุด คุ้ย ล้วง แคะ แกะ และเกา โดยอ.มุกดา

ผู้เขียนเป็นนักเทคนิคการแพทย์ทำงานอยู่หน่วยเคมีเคนิก ซึ่งก็มีหน้าที่วิเคราะห์หาสารเคมีต่าง ๆ ในสิ่งส่งตรวจที่ส่งมาไม่ว่าจะเป็นเลือด ปัสสาวะ ของเหลวอื่นๆ ตามที่แพทย์สั่ง เอาเป็นว่าใครสั่งอะไรมาเราพยายามตรวจให้หมด

ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วก็มีเพียง 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องการตรวจ HbA1c ในหลอด NaF กับ ขวด EDTA ซึ่งเกิดจากปัญหาลืมหรือไม่ได้เจาะเลือดใส่ขวด EDTA มาให้สำหรับการตรวจ HbA1c จึงทดลองใช้หลอด NaF ซึ่งตรวจน้ำตาลในเลือด และมักจะส่งคู่กันมา

งานวิจัยแต่ละเรื่องก็เกิดขึ้นจากปัญหาแล้วเราก็นำไปปรึกษาและพูดคุยกับทุกคนในหน่วย แล้ว Idea ก็เกิดขึ้นจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนนั่นเอง (คิดดัง ๆ)

งานประจำเยอะทำงานวิจัยได้อย่างไร???

จริง ๆ แล้วเราทุกคนก็ล้วนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน จะไม่มีเวลาเลยก็ไม่ใช่ แต่เป็นการ "หาเวลา" ในการทำงานวิจัย นอกจากว่าตัวเองทำงานเร็วแล้ว คิดว่างานวิจัยจากปัญหางานประจำสามารถทำควบคู่กันไปได้ โดยเราก็อาจทำเปรียบเทียบวิธีใหม่หรือวิธีที่เราคิดขึ้นทำควบคู่กันกับวิธีเดิม อีกทั้งเราไม่จำเป็นต้องทำคนเดียว เราก็หาทีมแบ่งหน้าที่ช่วยกันทำค่ะ

เอา Idea มาจากไหน ??

ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก บางครั้งข้อจำกัดก็เปลี่ยนไป อย่าไปเชื่ออะไรง่าย ๆ ลองเผาตำราดูบ้าง แต่ไม่ต้องเผาจริง--(นำมาจากบันทึกอ.วิจารณ์) แล้วลองทดลองหรือปฏิบัติดู

ได้อะไรจากการเขียน Blog เกี่ยวกับการวิจัย

อย่างได้อ่าน Blog เราพบว่าปัจจุบันการเกษตรก็ยังมีการเลิกใช้สารเคมี และห้องเรามีก็มีพี่ ๆ ไปเรียนแพทย์แผนไทยอยู่หลายคน ก็น่าจะนำความรู้มาประยุกต์เพื่อเลิกใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายในห้อง Lab. ได้รึเปล่า ??

อยากจะฝากหรือพูดอะไร??

(คิดในใจว่า จริง ๆ แล้วไม่อยากจะพูดอะไรเลย) เอาเป็นว่า...

  • ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลว หรือความสำเร็จ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ หรือเป็นบทเรียนนั่นเอง
  • หากเรานั่งอยู่ใต้ต้นแอ๊บเปิ้ล ผลแอ๊บเปิ้ลตกลงมาแล้วหากเราไม่คิดอะไรก็หยิบกินอร่อย แต่นี่ก็เป็นที่มาของกฏแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งสำหรับเราก็อาจจะ "ไกล" และ "ยาก" เกินไป เพียงแค่คิดซะว่า "แอปเปิ้ลตกเวลาไหน อร่อยที่สุด" หรือ ลูกแบบไหนจะกินอร่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเราจนเกินไป
  • อยากให้ "ทำใจ"ก่อนว่ามันไม่ได้ยากสสส์ อะไร อีกทั้งเราสามารถที่จะปรึกษาผู้รู้ด้านต่างๆ  จากคนในภาคเราได้ทุกคนนั่นเอง เพราะคนในภาคเรา "เก่ง" และมี "ความสามารถ" มากมาย

ผู้เขียนพอจำได้ลาง ๆ (เลือน ๆ) เพียงเท่านี้เองค่ะ  เพราะโดยปรกติก็คือพูดแล้วพูดเลย ให้พูดใหม่คิดใหม่คงไม่ได้ดังเดิม (จะว่าไปการพูดเอง เขียนเอง จะมีความน่าเชื่อถือรึเปล่าเนี่ย!!)

"จบ"

ใครน๊ะ บอกว่าเวลาเพียงแค่ 30 นาที ไม่ทันได้อ้าปากก็หมดเวลาพูดซะแล้ว แต่เนี่ยเขียนได้ตั้งสามบันทึกแน่ะ --แซว แซว