ทพญ ฉลอง เอื้องสุวรรณ
ทพญ. ฉลอง ทพญ ฉลอง เอื้องสุวรรณ เอื้องสุวรรณ

สุนทรียสนทนาสำนักงานคณบดีคณะแพทยศาสตร์ที่โรงแรมพาวิลเลี่ยม ควีนเบย์ กระบี่


            เราเดินทางไปกระบี่;วันที่ 1 มิถุนายน  2550    ด้วยรถตู้คณะแพทยศาสตร์ พร้อมกับลูกชาย 2 คน และทีมงานอีก 6 คน การเดินทางก็ปลอดภัยดีไม่มีฝนตก แต่ลูกชายคนเล็กเมารถเล็กน้อย ทำเอาเราใจหายเหมือนกัน โชคดีเขาหลับไปก่อน เลยเดินทางถึงด้วยความปลอดภัย
       เราถึงกระบี่รับประทานอาหารที่ร้านเรือนแพ ตอนรับประทานก็อร่อยดี แต่พอเช็คบิล แทบช๊อค  อิอิ ข้าวโถละ 60 บาท จำนวน 5 โถ ราคา 300 บาท ไข่เจียวจานละ 80 บาท  อิอิ เศรษฐกิจกระบี่ยังดีอยู่มาก เมื่อเทียบกับหาดใหญ่
       เราถึงที่โรงแรมพาวิลเลี่ยม ควีน เบย์ กระบี่ ประมาณบ่ายสอง โรงแรมจัดได้สวยงามแบบไทย ๆ ก็สบายน่าอยู่ โดยเฉพาะห้องที่เราพักเป็นห้องใหญ่มีห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องน้ำ มุมแต่งตัวและเสื้อผ้าและด้านนอกระเบียงมีตั่งขนาดใหญ่แขวนให้นอนเล่นสบาย และก็สามารถมองไปเห็นทะเลได้ซึ่งสวยงามมาก ๆ เสียดายว่าทะเลอยู่ไกลโรงแรมไปหน่อย คงจะกลัวสึนามิกระมัง จากนั้นก็ไปดูห้องประชุมเพื่อวางแผนจัดเตรียมเรื่องของการจัดที่นั่งทำกิจกรรม และซ้อมทำกิจกรรมกันเพิ่มเติม
       บรรยากาศของการทำงานมีแต่เสียงหัวเราะสนุกสนานต่างเข้าใจกันและกัน แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าจะนำพาผู้คนหนึ่งร้อยห้าสิบคนไปสู่จุดหมายได้อย่างไร
                   แต่เนื่องจากทีมงานมีกระทิง หมี อินทรีย์ หนู  ครบถ้วน สู้ตาย ไม่มีอะไรที่กระทิงทำไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นกระทิงกลายพันธ์แล้วหละก็ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม
                   ผู้เข้าอบรมมาถึงประมาณหกโมงครึ่ง ทีมงานจัดและให้รีบเข้าห้องอย่างรวดเร็ว โดยให้ลูกน้องไปรับกุญแจที่หัวหน้างาน พรึบเดียวเสร็จ จากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหาร โชคดี ฝนไม่ตก เพราะรับประทานที่ชานด้าน ชมทะเลอย่างมีความสุขได้กินทั้งอร่อยปากและอร่อยทั้งใจ อิอิ ........คลื่นอัลฟา....... ลอยเข้ามาสู่สมองอย่างท้วมท้น
                    เราเริ่มกิจกรรมประมาณทุ่มครึ่ง จัดกลุ่มคนประมาณกลุ่มละ 15 คน มีผู้ช่วยกระบวนกร 2 คน ประจำกลุ่ม โดยทำหน้าที่ประธานหนึ่งคนและคุณลิขิตอีกหนึ่งคน เรียกว่าต้องตามติดตลอดการอบรม เรียกว่า เฝ้ามอง อย่างเนิ่นนาน      เขาเริ่มแจกป้ายชื่อ เรียบร้อย แล้วก็เข้ามาในห้องทีละกลุ่ม พร้อมเสื่อผืน หมอนใบ .....อิอิ ......ให้ทุกคนเข้ามานอนราบเอาหัวชนกัน ได้ 4 แถว       ห้องแคบไปหน่อยนะคะ
                   เรียกได้ว่า เขย่าขวัญกระบวนกร หนึ่งเดียว คนนี้มาก อุตส่าห์บอกว่าให้เข้ามาอย่างมีสติ แต่บังเอิญสติแตก ..........อิอิ............. กลายเป็นนกกระจอกเข้ารัง............. หาที่นอนลำบาก
                    ระฆังแห่งสติ ก็หมดพลังที่จะสู้กับเสียงคน เธอเราจับไมค์ขับขาน Body Scan พอได้ยินเสียงเวทมนต์คาถา เสียงค่อย ๆ เงียบลง ๆ............ อิอิ ........หลับปุ๋ย สำเร็จไปหนึ่งเปราะ
                     ตื่นมาก็นำพาให้ทุกคนได้นอบน้อมปัญญาแห่งทิศ 6 เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเราทุกคนล้วนมีเมล็ดพันธ์ความดีอยู่ภายใน วันนี้เราจะได้ร่วมกันพูดคุยสื่อสารด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน เพื่อจะได้มีความรักและเมตตาต่อกัน
                    จากนั้นเริ่มต้นพูดคุยกิจกรรมวัยเด็กในกลุ่ม โดยเริ่มจาก 2 คน 4 คน 8 คน และผลัดกันเป็นผีเสื้อดอกไม้ สังเกตบรรยากาศแห่งการพูดคุยมีรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคน บางคนก็มีคราบน้ำตา
                     เสร็จแล้วให้ทุกคนกลับเข้ากลุ่มเล็กและพูดคุยในกลุ่มว่ารู้สึกอย่างไร เรียนรู้อะไรบ้างจากกิจกรรมวัยเด็ก โดยให้ผู้ช่วยกระบวนกรประจำกลุ่มกับคุณลิขิตเป็นคนดำเนินการ
                    เสร็จแล้วก็เลือกตัวแทนกลุ่ม 2 คน มาพูดกลางวงใหญ่ เยี่ยมมากเลย หลายคนบอกว่ามีความสุขที่ได้เล่าเรื่องวัยเด็ก และมีคนฟังอย่างตั้งใจ ไม่แทรกแซง ห้อยแขวนและไม่ตัดสิน ดีที่มีหลายคนบอกว่า ได้ฝึกการฟัง ฝึกอดทน ฝึกห้อยแขวน ฝึกไม่แทรกแซง กิจกรรมเลิก 4 ทุ่ม แต่มีหลายคนบอกว่า ค่อยไปคุยต่อในห้อง..... สำเร็จ...... อิอิ
ก่อนกลับไปนอนก็เล่านิทานให้ฟังหนึ่งเรื่องค่ะ
                    เรานัดเจอคนหกโมงครึ่ง ที่ลาน รำมวยจีน    มากันเยอะมาก (เต็มลาน) อากาศดีมาก หากใครไม่ได้ตื่นมารำมวยวันนี้คงเสียใจแน่ ๆ เลยค่ะ
                     เริ่มต้น warm up ฝึกหัวเราะเสียงโอ อา อู เอ ฝึกชี่กง รำมวย 4 ท่า รำกันอย่างสนุกสนาน ท่าไม่สน เอาสนุกไว้ก่อน จบด้วยเก็บพลังและผลักพลัง ตามสูตร เสร็จแล้วไปรับประทานอาหารกันอย่างอิ่มอร่อย
                    เริ่มกิจกรรม 9 โมง หลายคนตั้งท่านอนแล้ว ........อิอิ............. ขอนั่งตัวตรงก็แล้วกัน Body scan  ผ่อนคลาย เข้าสู่อัลฟาและเทต้า     ห้องโหมดแห่งชีวิต
                    จบแล้วให้กระโดดไปเล่นเกมส์ลูกแกะกับสิงโตสนุกมาก ๆ เสียดายห้องแคบไปหน่อย จากนั้นให้พูดคุยในวงเล็กว่าได้อะไรและเรียนรู้อะไรบ้างจากเกมส์ เสร็จแล้วก็ส่งตัวแทนมาพูดกลางวงด้วยค่ะ คราวนี้ลดเหลือกลุ่มละ 1 คนค่ะ
                    หลายคนบอกว่าได้ฝึกความสามัคคี รู้จักวางแผน       รู้สึกกลัว ตื่นเต้น และรู้ว่าภาวะของโหมดปกป้องเป็นเช่นไร
                   จากนั้นฉันก็ ฟังบรรยายเพิ่มเติม  เรื่อง สมองสามชั้น และโหมดแห่งชีวิต และคลื่นสมองเล็กน้อย เพื่อให้รู้จักเชื่อมโยงมาสู่โหมดได้ และให้พูดคุยในวงเล็กต่อว่า ในชีวิตประจำวันของเรา เราอยู่ในโหมดไหนมากกว่ากัน และทำอย่างไรที่จะคงโหมดปกติไว้ หรือทำอย่างไรจึงจะสามารถแปรเปลี่ยนจากโหมดปกป้องสู่โหมดปกติได้ และตัวแทนสามารถสรุปกลางวงใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่า เขาเรียนรู้โหมดแห่งชีวิตได้ดีมาก
                  หลายคนบอกว่าทำงานแล้วเครียด แต่ก็เรียนรู้ที่จะคลายเครียด เช่น ปลูกต้นไม้ ฟังเพลง ออกกำลังกาย และวันนี้รู้สึกดีที่ได้ฟังเพื่อน ๆ เพราะจะได้นำไปใช้กับชีวิตตัวเองบ้าง และคิดว่าจะทำให้ตัวเองอยู่ในโหมดปกติมากขึ้น....... ดีใจจัง ได้รับประทานอาหารเที่ยงแล้ว....... อิอิ
                   ภาคบ่ายเริ่มด้วย Body scan แหมพูดไปไม่ถึง 10 นาทีก็กรนแล้ว เลยต้องใช้ระฆังปลุก ก่อนเข้า     ห้อง ตัวตนที่แท้จริงของเรา         เข้าห้อง.....วันนี้ก็ให้ใคร่ครวญดูว่า แท้จริงแล้วเราเป็นคนแบบไหนกันแน่ ออกจากห้อง เข้าสู่ “ขันธ์ 5 เป็น lecture ใช้ power point เป็นความรู้ใหม่ที่อ่านจาก  หนังสืออาจารย์ศุภวรรณเรื่องไอสไตล์ถามพระพุทธเจ้าตอบ ไม่น่าเชื่อ ทุกคนฟังอย่างนิ่งสงบมาก ๆ (จิต)  คนเรานี้มีรูป (รูปขันธ์ ) + นาม (เวทนา, สัญญา, สังขาร )    และวิญญาณขันธ์    และที่สำคัญมีอายตนะที่ 6 นั้นคือใจนั่นเอง ใจมีหน้าที่สังเกตจิต จิตก็คือความรู้สึก ความจำ ความคิดนั่นเอง การนำจิตผูกติดกับใจจึงก่อให้เกิดทุกข์ การทำให้จิตว่าง ก็จะมีการรวมกันของกายและใจเป็นหนึ่งเดียว ก็จะสามารถสัมผัสบริสุทธ์หรือนิพพานได้
                    จากนั้นจึงพูดถึงเรื่องของทิศ 4 โดยให้ผู้ช่วยกระบวนกรช่วยพูดลักษณะของสัตว์ แต่ละชนิด และแยกกลุ่มเป็นทิศละ 2 กลุ่ม ไม่น่าเชื่อ กระทิงมีแค่ 1 กลุ่ม อินทรีย์ก็น้อย แต่หนูเยอะมาก (3 กลุ่ม)
                    ให้แต่ละกลุ่มได้แลกเปลี่ยนลักษณะตัวตนที่แท้จริงของตัวเองในกลุ่ม จากนั้นก็ให้กลับเข้ากลุ่มเดิม (15 คน) ซึ่งก็พยายามให้มีครบทั้ง 4 แบบ หากกลุ่มไหนขาดแคลนลักษณะ    สัตว  ชนิดใด ก็ไปขอยืมจากกลุ่มอื่น และให้พูดคุยในวงว่า หากเราจะอยู่ร่วมกันโดยที่มีลักษณะแตกต่างเช่นนี้ อยู่ร่วมกันอย่างไรให้มีความสุข
                     ตัวแทนออกมาสรุปกลางวงว่า รู้สึกดีมากที่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง และยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ แต่อย่างไรก็ตามรู้สึกว่าเราไม่ได้มีสัตว์เพียงชนิดเดียว แต่ก็มีสัตว์อื่นมาปะปนด้วย ก็เลือกใช้ตามสถานการณ์ บางคนบอกว่าเห็นลักษณะดี ๆ ของสัตว์อื่นแล้วก็อยากจะนำมาเข้าสู่ตัวตนของตนเองบ้าง สำหรับการอยู่รวมกันในความแตกต่างก็คิดว่าดี เพราะจะได้เอาจุดเด่นของแต่ละคนมาใช้ให้เหมาะสมกับงานและหน้าที่คือสามารถนำไปใช้การบริหารงานบุคคลได้ในการมอบหมายงานให้เหมาะสมกับบุคลิกของแต่ละคน บางคนยังบอกว่าเอาไปใช้ในการเลือกคู่ครองว่าจะเลือกแต่งงานกับคนแบบไหน ถึงจะอยู่กันยืด หรือถ้าแต่งงานแล้วจะอยู่ร่วม กันอย่างไรให้มีความสุข
                   สุดท้ายกิจกรรม voice dialogue     หรือ   การ พูดคุยกับเสียงภายในของเรา เริ่มต้นกิจกรรมในกลุ่มเดิม โดยให้พับกระดาษในแนวขวางเป็น   สี่ช่องโดยให้ทำช่องที่สองก่อน
                    ช่องที่ 2     เขียนสิ่งที่เป็นพฤติกรรมของผู้อื่นที่ทำให้เรารู้สึกโกรธมาก 
                     ต่อไปทำช่องที่ 3     เขียนสิ่งที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในตัวเรา 
                      จากนั้นในกลุ่มให้แบ่งกัน 2 กลุ่ม ให้พูดคุย เพื่อตอบ ช่อง 1 โดยให้หาเหตุผลดี ๆ ให้กับพฤติกรรม ช่องที่ 1
                       และช่องที่4     หาคำพูดที่ไม่ดีให้กับสิ่งที่ดี ๆ ในช่องที่ 3 เมื่อเสร็จทั้ง 4 ช่อง แล้ว ให้พูดกันในกลุ่มว่าเรียนรู้อะไรบ้างจากกิจกรรม voice dialogue และส่งตัวแทนมาพูดกลางวงอีกครั้งหนึ่ง
                   หลายคนบอกว่าได้ใช้หลักใจเขาใจเรา ทำให้เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ช่วยให้โกรธเขาน้อยลง และทำให้รู้จักฟังผู้อื่น เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงตัวเราเองมากขึ้น โอ๊ย เสร็จแล้ว........ได้ไปกินลม ชมวิวซะที

After action review
- กลางคืนวันนี้เริ่มต้นกิจกรรมโดยการให้วาดภาพแสดงความรู้สึก และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอบรมทั้งหมด
- จากนั้นก็ได้พูดคุยความรู้สึกกันในวงและส่งตัวแทนมาพูดสรุป ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนกลุ่ม 9 คน,  ผู้จัดและกระบวนกร
โดยสรุปแล้วพอจะสรุปได้ดังนี้
- ทำให้รู้จักการนิ่งมากขึ้น    ฟังอย่างห้อยแขวน      ฟังอย่างไม่ตัดสิน
- รู้จักตนเองมากขึ้น เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา
- มองโลกในแง่ดีมากขึ้น มีมุมมองหลายแง่มุม ไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น ใช้ตาใจมองมากขึ้น
- มีสมาธิมากขึ้น นิ่งมากขึ้น มองจากผู้อื่นมาสู่ตัวเรามากกว่าการยึดตัวเราเป็นหลัก
- มีมุมมองไปทิศทางเดียวกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น มีความรัก ความเมตตาต่อกัน อยากช่วยเหลือกัน
    สำหรับผู้จัดงานก็รู้สึกประทับใจที่ผลที่ได้รับเกินความคาดหมาย แม้ว่าอาจจะมี
อุปสรรคบ้าง เช่น สถานที่คับแคบเกินไป แต่จากการประเมินก็เห็นได้ว่าทุกคนมีรอยยิ้มและมีความสุข
           กระบวนกรได้พูดถึงความเป็นมาที่ได้มาศึกษาด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากเห็นว่าการฝึกปฏิบัติเช่นนี้จะทำให้เรารู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรามากขึ้น ทำให้เข้าใจตัวเอง และเข้าใจผู้อื่น มองโลกแห่งความเป็นจริงได้ชัดเจนมากขึ้น ความรู้สึกจากโลกภายในที่เป็นผลสัมผัสจากโลกภายนอก ทำให้เข้าใจชีวิตได้ชัดเจน ทำให้เกิดปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น มีความสุขง่าย มีทุกข์ยาก จึงอยากจะนำความสุขที่ได้รับมาให้ชาวคณะแพทยศาสตร์ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ท่านคณบดีได้พูดถึงเรื่องของความสุขในการทำงาน เนื่องจากเราใช้เวลาหนึ่งในสามอยู่กับงาน การทำงานอย่างมีความสุขจึงน่าจะดีกว่าการทำงานอย่างมีความทุกข์
                       ส่วนเรื่องความโกรธ มันเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาดเลย หากมีใครมาพูดว่าเรา และเราไปโกรธเขา เพราะคนที่พูด พูดเสร็จก็สบายใจแล้ว แต่ทำไมเขาจึงโง่มาโกรธอยู่ได้ตั้งหลายวัน คิดดูให้ดีซิ
                       ปิดวงสุดท้ายวันนี้ให้ทุกคนได้สงบนิ่ง เพื่อทำพิธีกรรมแห่งการให้ด้วยกัน การชื่นชม ขอบคุณขอโทษซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างกุศลในใจร่วมกัน ยอมรับกับความทุกข์ที่เกิดขึ้น และช่วยเยียวยาด้วยกัน เพื่อจะได้เริ่มต้นชีวิตวันใหม่ที่ดีต่อกันต่อไป

สรุปโอกาสพัฒนา
1. สถานที่ควรกว้างกว่านี้ เพื่อสามารถทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวได้สะดวกกว่านี้
2. เวลาควรมากกว่านี้ เพื่อจะได้เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น
3. การเดินทาง น่าจะใกล้กว่านี้ เสียเวลาในการเดินทางมากไป
4. ผู้เข้าอบรมมากเกินไป น่าจะคัดเลือกคนที่ชอบการอบรมแบบนี้มากกว่า ผลที่ได้รับจะได้ดีมากขึ้น
5. การจัดกลุ่มเล็กน่าจะดีกว่ากลุ่มใหญ่ กระบวนกรจะได้ดูแลความรู้สึก และการเรียนรู้ได้ทั่วถึง
6. ผู้ช่วยกระบวนกรน่าจะถ่ายทอดการเรียนรู้ในวงบ้างจะได้เห็นผลของการเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตในวงได้มากขึ้น
          

คำสำคัญ (Tags): #สงบ#สติ#สวาง
หมายเลขบันทึก: 101769เขียนเมื่อ 8 มิถุนายน 2007 15:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 พฤษภาคม 2012 13:52 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

อ่านทุกตัวอักษรและรู้สึกขอบคุณคุณหมอหลองที่นำสิ่งดีๆมาเล่าสู่กันฟังเสมอ ทำให้ได้จินตนาการตามไปด้วย

แต่สงสัยตรงช่วง

" สุดท้ายกิจกรรม voice dialogue     หรือ   การ พูดคุยกับเสียงภายในของเรา เริ่มต้นกิจกรรมในกลุ่มเดิม โดยให้ทำ
                    ช่วงที่ 2                เขียนสิ่งที่เป็นพฤติกรรมของผู้อื่นที่ทำให้เรารู้สึกโกรธมาก 
                     ต่อไปช่องที่ 3     เขียนสิ่งที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในตัวเรา 
                      จากนั้นในกลุ่มให้แบ่งกัน 2 กลุ่ม ให้พูดคุย เพื่อตอบ ช่อง 1 โดยให้หาเหตุผลดี ๆ ให้กับพฤติกรรม ช่องที่ 1
                       และช่องที่4     หาคำพูดที่ไม่ดีให้กับสิ่งที่ดี ๆ ในช่วงที่ 3 เมื่อเสร็จทั้ง 4 ช่วง แล้ว ให้พูดกันในกลุ่มว่าเรียนรู้อะไรบ้างจากกิจกรรม voice dialogue และส่งตัวแทนมาพูดกลางวงอีกครั้งหนึ่ง"

มีขาดหายไปวรรค สองวรรคหรือเปล่าคะ อ่านแล้วอยากอ่านเต็มๆน่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี