สุนัขมันก็มีธรรมชาติแห่งพุทธะอยู่เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ผ่านการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของเซน มาพอสมควรหรือมากกว่า ย่อมต้องผ่านบทเรียนนี้มาแล้ว มู ของโจชู

สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น อาจสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับสุนัข?(หรือจะไม่สงสัยก็แล้วแต่)

มู ของโจชูนั้น มันมีอยู่ว่า ลูกศิษย์คนหนึ่ง ของโจชู วันหนึ่งได้ถามท่านว่า หากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ ล้วนมีธรรมชาติแห่งพุทธะอยู่ในตัวเองแล้ว ถ้าอย่างนั้น สุนัขมันก็มีธรรมชาติแห่งพุทธะอยู่ในตัวของมันเองด้วยสิครับอาจารย์

โจชู ตอบเพียงสั้นๆว่า - มู - (มูที่แปลว่าว่าง ในภาษาญี่ปุ่น)

ต่อคำสอนที่สุ่มเสี่ยงเบี่ยงเบนเช่นนี้ สำหรับคนที่เข้าใจนั้น คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจ อาจถูกตีความไปถึงการดูหมิ่นดูแคลนพระพุทธเจ้า ในฐานะสิ่งศักดิสิทธิ์อันพึงเคารพ

แย่แน่หากพระพุทธเจ้า ถูกยกไปเป็นถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แย่อย่างไร ก็หมายความว่า คนเราไม่มีที่จะเข้าถึงธรรมชาติแห่งพุทธะได่เลยน่ะสิ มีแต่การบูชาอย่างงมงาย บูชาอย่างมีความหมายแห่งผลตอบแทน อย่างพุทธะพานิชย์ แล้วก็มาโทษว่าศาสนาเสื่อมลง

การฉุดรั้งผู้คนให้รู้จักหยุดคิด ถึงเหตุและผล คือสิ่งที่ผู้ศึกษาเซนพึงกระทำอย่างเป็นหน้าที่

ทำไม สุนัขถึงมีธรรมชาติแห่งพุทธะ ไม่จำเป็นต้องตอบ หากจะมีคำตอบใดๆที่เอ่ยเอื้อนออกมาได้ นั่นไม่ใช่คำตอบ มันเป็นได้แค่คำอธิบายที่ไม่มีวันจะทำให้ใครเข้าใจได้ ความเข้าใจไม่ได้อยู่ที่การคำพูดที่พ่นออกมาจากปาก หากแต่ มันออกมาจากใจของใครคนนั้นเพียงเท่านั้น

ธรรมชาติแห่งพุทธะมีอยู่ทุกแห่ง ทุกที่ และในตัวทุกคน มีอยู่ตั้งแต่เกิด จนวันตาย

สำหรับคนที่กำลังค้นหาแนวทางแห่งเซน จงค้นหาต่อไป เมื่อไหร่ที่คุณหยุด เมื่อนั้นคุณจะเข้าใจเอง ถามว่าเมื่อไหร่จึงหยุดได้ ตอบได้เพียงว่า เมื่อคุณใกล้ความหมิ่นเหม่ต่อความเป็นและความตาย เมื่อนั้นใจคุณจะคายความลับนั้นออกมา

อย่าพยายามเข้าใจเสียให้ยาก จงกล้ำกลืนมันลงไปให้เหมือนกลืนบรเพ็ดแล้วจะดีเอง 5 5 5

---------------------------------------------------------------------------------------------