ผมชักไม่ค่อยเชื่อถืองานวิชาการซะแล้วซี :)

ตอนแรกคิดว่าจะร่วมแจมประเด็นนี้ในblogของอาจารย์  แต่ดูท่าจะเขียนยาว เลยขอเขียนในblogตัวเองแบบวิวาทะข้ามblogดีกว่า

ผมนึกไม่ออกว่าวิชาการจะสื่อปรากฏการณ์ความรู้สึกของคนที่คิดถึงผู้อื่นในเสี้ยววินาทีหลังจากผ่านการดิ้นรนเพื่อหนีความตาย ในขณะจิตที่ประจวบเหมาะในเรื่องคนกับนายได้อย่างไร
ผมเดาว่าก็คงเหมือนผมเอามาเขียนเล่าไว้ใน
blogอย่างนักวิชาการกระมัง? ซึ่งไม่มีพลังปลุกจิตสำนึกในความดีงามของมนุษย์ที่ผมได้รับจากการอ่านเหลืออยู่เลย
ผมเห็นว่าสิ่งที่งานวิชาการพยายามไปถึงคือ
พลังอธิบาย ซึ่งมีประโยชน์ตามที่พรมแดนนี้มีอยู่ โดยที่หลายเรื่องก็ไม่มีอยู่ในพรมแดน วิชาการ เช่นตัวอย่างที่พูดถึง

เอ้า ถ้ามีวิวาทะว่า พรมแดนวิชาการทางมนุษย์ศาสตร์น่าจะมีเรื่องเหล่านี้ด้วย ซึ่งวรรณกรรมอาจเป็นเครื่องมือในการสื่อสารงานวิจัยด้านมนุษย์ศาสตร์ที่ดี ถ้าเป็นการเขียนก็ต้องเขียนเป็นวรรณกรรมเพื่อสื่อสารให้ตรงกับความรู้ที่ค้นพบ  แต่ในแวดวงวิชาการด้านมนุษย์ศาสตร์ยอมรับความรู้ที่ไม่เป็นรายงานวิจัยทางวิชาการแบบนี้หรือเปล่า?

ผมนึกถึงวรรณกรรมเรื่องอื่นๆที่ผมชื่นชอบ เช่น เหยื่ออธรรม ของ         วิคตอร์ ฮูโก ที่เล่าเรื่องวัยรุ่นที่ต้องโทษจากการขโมยขนมปัง              มีความทรงจำและความนึกคิดที่เป็นปรปักษ์ต่อสังคม และการฟื้นคืนชีพของจิตสำนึกใหม่จากเชิงเทียนของหลวงพ่อ ภายใต้โครงสร้างและการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรมในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส

ถ้าผมใช้แว่นวิชาการทางประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์   ก็จะได้รายงานปรากฏการณ์และปัจจัยที่เป็นต้นเหตุแบบหนึ่งโดยที่   ตัวละครที่ผมพูดถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลที่เกิดขึ้นเลย ซึ่งอาจจะ ไม่ใช่ เพราะปัจจัยเล็กน้อยของตัวละครที่ไม่สำคัญอาจทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนไปอย่างสำคัญก็ได้


ประเด็นนี้ตอลสตอยนำมาเขียนในสงครามและสันติภาพ ซึ่งอ.ธรแย้งไว้แล้วว่าความจริงจริงๆนั้นไม่มีหรอก ขึ้นอยู่กับจินตนาการของใคร เรื่องที่ตอยสตอยเขียนเล่าไว้ในสงครามและสันติภาพเพื่อบอกว่าเหตุการณ์จริงๆจะซับซ้อนอย่างนี้ก็ไม่ใช่ความจริง ก็เหมือนกับที่ท่านมุ้ยให้สัมภาษณ์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรนั่นแหละครับ

ผมสงสัยว่านักมนุษย์ศาสตร์ที่ใช้เหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นพื้นหลังเพื่ออธิบายความเป็นมนุษย์นั้น จะเขียนรายงานวิจัยทางมนุษย์ศาสตร์(วิทยา)จะออกมาอย่างไร?
ที่สงสัยอีกอย่างคือ เฉพาะความรู้เกี่ยวกับมนุษย์เท่านั้นหรือที่ต้องการรายงานแบบภาพยนตร์หรือวรรณกรรม ความรู้อื่นๆเล่า
รายงานวิชาการได้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
หรือทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกขำ
หรือเป็นเครื่องมือพัฒนาที่ไม่ได้ยืนอยู่บนความเข้าใจที่ถูกต้องอยู่เลย(เป็นของเล่นของรัฐและนักวิชาการ)

สรุปแล้ว ผมชักไม่ค่อยเชื่อถืองานวิชาการซะแล้วซีครับ :)