อิสลามบัญญัติให้ผู้ป่วยต้องทำละหมาดซึ่งเป็นเสาหลักหนึ่งของศาสนาอิสลามและทำองค์ประกอบต่างๆ ของการละหมาด เท่าที่กระทำได้ในกรณีของผู้ป่วยที่สามารถอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์) ได้แต่อวัยวะบางส่วนมีบาดแผลหรือมีสิ่งที่ปิดบาดแผล เช่นพลาสเตอร์ติดแผลผ้าพันแผลหรือเฝือกอิสลามก็ได้บัญญัติให้ทำการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผล <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">นักวิชาการอิสลามมีทัศนะในเรื่องการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลดังนี้</p> <p style="text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ทัศนะที่1 นักวิชาการอิสลามส่วนใหญ่ได้แก่นักกฎหมายมัซฮับฮานาฟีย์ มาลิกีย์ชาฟิอีย์ฮัมบาลีย์และอิบนุตัยมียะต์ เห็นพ้องกันว่า ผู้ป่วยที่ต้องใส่เฝือกใช้ผ้าพันแผลหรือติดพลาสเตอร์ที่จำเป็นจะต้องทำการล้างอวัยวะที่ปกติ และสามารถเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลดังกล่าวได้ โดยที่ไม่ต้องทำตะยัมมุมเพิ่มอีกตามทัศนะของมัซฮับฮานาฟีมาลิกีย์และฮัมบะลีย์ส่วนมัซฮับชาฟิอีย์มีทัศนะว่าจะต้องทำตะยัมมุมด้วย</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ทัศนะที่2เห็นว่าไม่ต้องเช็ดและไม่ต้องทำการใด ๆ ทั้งสิ้น ทัศนะนี้เป็นทัศนะของอิบนุหัซม์</p> <p style="text-indent: 36pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตามทัศนะของนักวิชาการอิสลามปัจจุบัน ไม่ได้ถือทัศนะดังกล่าวแบบเคร่งครัดมากนักนักวิชาการอิสลามปัจจุบัน เช่นชัยค์บินบาซ และ ศ.ดร.ยูซุฟ อัลกอรอฎอวีย์ จึงมีทัศนะว่า จำเป็นที่จะต้องทำการเช็ดบนสิ่งที่ปิดบาดแผลสำหรับอวัยวะที่มีบาดแผล พร้อมกับการอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์)สำหรับอวัยวะที่ยังใช้น้ำได้ตามปกติส่วนการทำตะยัมมุมรวมกับการเช็ดสิ่งปิดบาดแผลพร้อมกับการอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์)หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์)สำหรับอวัยวะที่ยังใช้น้ำได้ตามปกติด้วยหรือไม่นั้นนักวิชาการอิสลามมีทัศนะที่เปิดกว้าง ซึ่ง ชัยค์บินบาซได้ฟัตวาว่าถ้าหากว่าบนแผลไม่มีผ้าพันแผล หรือมีผ้าพันแผลบางๆ ที่น้ำสามารถซึมลงไปยังแผลซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ก็ให้ล้างอวัยวะที่ปกติส่วนอวัยวะที่มีบาดแผลไม่ต้องเช็ด แต่ให้ทำตะยัมมุมแทนหลังจากล้างอวัยวะที่ปกติแล้ว</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ในกรณีของหลักฐานอ้างอิงในเรื่องการเช็ดบนสิ่งที่ปิดบาดแผลนั้นนักหะดิษหลายๆท่าน ไม่ยอมรับเรื่องนี้จึงเป็นกรณีที่นักวิชาการอิสลามจะต้องค้นคว้าในรายละเอียดจนกว่าจะสามารถนำเสนอทัศนะที่ถูกต้องที่สุดต่อสังคมได้ต่อไปในอนาคต</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">บทนำ</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">            อิสลามเป็นศาสนาที่มีอัลลอฮ์ประทานมาให้แก่มนุษยชาติ เพื่อนำมวลมนุษย์ไปสู่ความดีงามทั้งในโลกนี้และโลกหน้าอิสลามเป็นศาสนาที่มีจุดยืนอันมั่นคง และมีความยืดหยุ่นตามความจำเป็นเสมอ</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">            ดังนั้นในกรณีของผู้ป่วยอิสลามก็ยังคงบังคับให้ต้องทำละหมาด</p><p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">ซึ่งเป็นเสาหลักหนึ่งของศาสนาอิสลามและทำองค์ประกอบต่างๆ ของการละหมาด เท่าที่กระทำได้หากละหมาดยืนไม่ได้ ก็ให้นั่งละหมาดหากนั่งไม่ได้ก็ให้นอนละหมาด และทำละหมาดเท่าที่จะกระทำได้ ตราบเท่าที่ยังคงมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">            นอกจากนั้นอิสลามยังบัญญัติให้ผู้ป่วย อาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์) โดยการทำตะยัมมุมแทนในบางกรณีหรือในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำน้ำละหมาดได้ก็ยังอนุญาตให้ละหมาดได้ โดยไม่ต้องทำน้ำละหมาด[1]</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">            แต่ในกรณีของผู้ป่วยที่สามารถอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์) ได้เฉพาะอวัยวะบางส่วน แต่อวัยวะบางส่วนมีบาดแผลหรือมีสิ่งที่ปิดบาดแผล เช่นพลาสเตอร์ติดแผลผ้าพันแผลหรือเฝือกบุคคลดังกล่าวจะทำอย่างไรจะต้องอาบน้ำทั้งหมดหรือทำตะยัมมุมอย่างเดียว โดยไม่อาบน้ำเลย ได้หรือไม่ หรือจะต้องทำรวมกันทั้งการอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์)กับตะยัมมุมซึ่งนักวิชาการอิสลามมีทัศนะต่างๆ ดังรายละเอียดซึ่งจะกล่าวต่อไป</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">ความหมาย</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">สิ่งที่ปิดบาดแผลหมายถึงผ้าพันแผลเฝือกที่ทำจากไม้หรือปูนพลาสเตอร์หรือพลาสเตอร์ปิดแผลหรือยาหรือสิ่งอื่นๆ ที่ผู้ป่วยใช้ปิดบาดแผล</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">บทบัญญัติการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผล</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">             นักวิชาการอิสลามมีทัศนะในเรื่องการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลดังนี้</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">              ทัศนะที่1 ทัศนะของนักวิชาการอิสลามส่วนใหญ่ได้แก่นักกฎหมายมัซฮับฮานาฟีย์ มาลิกีย์ชาฟิอีย์[2]ฮัมบาลีย์[3] และอิบนุตัยมียะต์[4] โดยเห็นพ้องกันว่าอนุญาตให้ใช้น้ำเช็ดบนสิ่งที่ปกปิดบาดแผลได้ในกรณีจำเป็น แทนการอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์) ได้โดยมีหลักฐานดังต่อไปนี้</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal" align="left">1.ญาบีรกล่าวว่า ครั้งหนึ่งขณะที่เรากำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางมีพวกเราคนหนึ่งศีรษะแตกจากการโดนหินต่อมาเขาฝันเปียกเขาจึงถามเพื่อนๆว่า พวกท่านคิดว่าฉันสามารถทำตะยัมมุมได้หรือไม่พวกเขาตอบว่าเราเห็นว่าท่านไม่สามารถทำตะยัมมุมได้ เพราะท่านยังอาบน้ำได้ เขาจึงอาบน้ำแล้วเสียชีวิตต่อมาเมื่อเรามายังท่านนาบีصَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَเมื่อท่านทราบข่าวท่านกล่าวว่า</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">قَتَلُوهُقَتَلَهُمْاللَّهُأَلَاسَأَلُواإِذْلَمْيَعْلَمُوافَإِنَّمَاشِفَاءُالْعِيِّالسُّؤَالُإِنَّمَاكَانَيَكْفِيهِأَنْيَتَيَمَّمَوَيَعْصِرَأَوْيَعْصِبَعَلَىجُرْحِهِخِرْقَةًثُمَّيَمْسَحَعَلَيْهَاوَيَغْسِلَسَائِرَجَسَدِهِ</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal" align="left"> พวกเขาฆ่าเขาอัลลอฮ์จะฆ่าเขาทำไมพวกเขาไม่ถามในเมื่อไม่รู้อันยาบำบัดความโง่นั้นคือการถามเพียงแค่เขาทำตะยัมมุมแล้วพันแผลด้วยผ้าแล้วเช็ดบนบาดแผลแล้วอาบส่วนอื่นๆของร่างกายก็เพียงพอแล้วรายงานโดยอบูดาวูดดาร์กุตนีย์ และบัยฮากีย์ ซึ่งอิบนุหะญัร เห็นว่าเป็นหะดิษอ่อน</p> <p>             2. อาลี บิน อบี-ตอลิบกล่าวว่า ข้อมือฉันแตกในสงครามอุหุดฉันจึงถามท่านรอซูลุลลอฮ์ صَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَท่านจึงใช้ให้ฉันเช็ดบนเฝือก หะดิษรายงานโดยอิบนุมาญะต์และบัยฮากีย์ ซึ่งท่านเห็นว่าเป็นหะดิษอ่อน</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">3.อิบนุอุมัรรายงานว่า ท่านนบี صَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَเช็ดบนผ้าปิดบาดแผล </p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">4. อิบนุมุนซิรรายงานว่าอิบนุอุมัรมีบาดแผลที่นิ้วเท้า ท่านจึงเอาเชือกไปปิดไว้แล้วเช็ดบนนั้นรายงานโดยฏอบรอนีย์</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ทัศนะที่ 2 เห็นว่าไม่ต้องเช็ดและไม่ต้องทำการใด ๆ ทั้งสิ้น</p> <p>            ทัศนะนี้เป็นทัศนะของอิบนุหัซม์[5]</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ทัศนะนี้ให้เหตุผลว่าการกระทำอีบาดะต์เป็นสิ่งที่ต้องมีหลักฐานจากตัวบทอัลกุรอ่านและหะดิษที่ชัดเจน แต่เรื่องการเช็ดสิ่งที่ปิดบาดแผลไม่มีในอัลกุรอ่านหรือซุนนะต์ที่ถูกต้องมีเพียงหะดิษที่มีสายรายงานอ่อนอย่างยิ่ง จนไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงในการกระทำอีบาดะต์ได้แต่สิ่งที่มีอยู่ในอัลกุรอ่านและซุนนะต์คือ</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">อัลลอฮ์กล่าวว่า</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: center; direction: rtl; unicode-bidi: embed" dir="rtl" class="MsoNormal" align="center">لاَ يُكَلِّفُاللّهُ نَفْسًا إِلاَّ وُسْعَهَا)286: البقرة )</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ความว่า อัลลอฮ์ไม่บังคับผู้ใดนอกจากเท่าที่เขาสามารถ </p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">และท่านศาสดาصلىاللهعليهوسلمกล่าวว่า</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">إِذَاأَمَرْتُكُمْبِشَيْفَأْتُوامِنْهُمَااسْتَطَعْتُمْوَإِذَانَهَيْتُكُمْعَنْشَيْءٍفَدَعُوهُ</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">            ความว่า เมื่อฉันใช้ให้ทำสิ่งใดพวกท่านจงทำเท่าที่พวกท่านสามารถเมื่อฉันห้ามสิ่งใดก็จงละทิ้งมัน ( อัลบานีย์เห็นว่าเป็นหะดิษศอเหี๊ยะ )</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ดังนั้นสิ่งใดก็ตามที่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้สิ่งนั้นก็ไม่เป็นสิ่งที่ต้องทำดังนั้น ในเมื่อผู้ป่วยไม่สามารถอาบน้ำวาญิบวุดุอ์ บนอวัยวะที่มีสิ่งปกปิดบาดแผลได้ก็ไม่จำเป็นต้องทำ</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ส่วนหะดิษที่นักวิชาการส่วนใหญ่นำมาอ้างอิง ก็เป็นหะดิษอ่อน</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">หะดิษที่รายงานจากญาบีรนั้นอิบนุหะญัร อัลอัสกอลานีย์และบัยฮากีย์ เห็นว่าเป็นหะดิษอ่อน เพียงแต่มีหะดิษอิบนุอับบาสซึ่งเป็นหะดิษหะซัน มายืนยัน แต่ว่าหะดิษอิบนุอับบาสไม่มีคำว่า ให้เช็ดบนผ้าพันแผลดังนั้นชัยค์อัลบานีย์ จึงเห็นว่า      </p><p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ถึงแม้ว่าหะดิษญาบีรจะมีหลายสายรายงานก็ตามแต่ทุกสายรายงานอ่อนอย่างยิ่งจึงไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้[6] เนื่องจากคำว่า ويعصب،أويعصرعلىجرحهให้ใช้ผ้าปิดบาดแผลรวมกับการทำตะยัมมุมนั้นอยู่ในสายรายงานที่มุงกัร</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ส่วนหะดิษอาลีอิบนุหะญัรอัลอัสกอลานีย์กล่าวไว้ในหนังสือบูลูฆุลมารอมว่า [7]เป็นสายรายงานที่อ่อนอย่างยิ่ง อันนาวาวีย์กล่าวว่า นักหะดิษเห็นพ้องกันว่าหะดิษนี้เป็นหะดิษอ่อน [8] </p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ส่วนหะดิษอิบนุอุมัรที่ดาร์กุตนีย์รายงานนั้นดาร์กุตนีย์กล่าวว่า เป็นหะดิษอ่อนอย่างยิ่งส่วนสายรายงานของบัยฮากีย์เป็นสายรายงานที่ถูกต้องแต่ก็หยุดลงที่อิบนุอุมัร </p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ส่วนหะดิษที่รายงานโดยฏอบรอนีย์นั้นชัยค์อัลบานีย์กล่าวว่าไม่พบประวัติผู้รายงานทุกคนในสายรายงานแต่อันนาซาอีย์กล่าวว่าหนึ่งในสายรายงานนั้นคือحفصبنعمرไม่น่าเชื่อถือ[9]</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-align: justify; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตามมีหะดิษเศาะเหียะห์บางหะดิษที่กล่าวถึงการทำตะยัมมุมสำหรับผู้มีบาดแผล เช่นหะดิษอิบนุอับบาสแต่ในหะดิษกล่าวเพียงให้ทำตะยัมมุมแทนเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงการเช็ดสิ่งปิดบาดแผล[10] </p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">เงื่อนไขในการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผล</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 54pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">1.จะต้องเป็นแผลที่ห้ามโดนน้ำ หรือกลัวว่าจะเป็นอันตรายหรือหายช้า</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">2. การล้างอวัยวะที่ปกติไม่มีบาดแผลจะต้องไม่เป้นอันตรายต่ออวัยวะที่มีบาดแผลหากกลัวว่าเป็นอันตรายก็ให้ทำตะยัมมุมแทนโดยไม่ต้องเช็ดบนสิ่งปกปิดบาดแผล </p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">วิธีการเช็ดสิ่งปิดบาดแผลตามทัศนะของนักวิชาการส่วนใหญ่</p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal">ตามทัศนะของนักวิชาการส่วนใหญ่การเช็ดบนสิ่งที่ปิดบาดแผล ให้กระทำดังต่อไปนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 54pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">1.ให้อาบหรือล้างอวัยวะที่ไม่มีบาดแผล</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 54pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">2.ให้เช็ดบนสิ่งปิดบาดแผล</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 54pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">3.ทัศนะของมัซฮับชาฟิอีย์หลังจากที่ล้างอวัยวะที่ปกติที่ไม่มีบาดแผล และเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลแล้ว จะต้องตามด้วยการทำตะยัมมุม แทนการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผล [11] </p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 54pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">4.ส่วนทัศนะของมัซฮับอะหมัดหลังจากที่ล้างอวัยวะปกติ และเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลแล้ว จะต้องตามด้วยการทำตะยัมมุม แทนการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผล ในกรณีต่อไปนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 90pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">1.กรณีที่ปิดบาดแผลโดยไม่มีวุดุอ์</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 90pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">2.กรณีปิดบาดแผลเกินความจำเป็น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 36pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ตามทัศนะของมัซฮับชาฟิอีย์และอะหมัด จะต้องปิดบาดแผลในขณะที่มีวุดุอ์เท่านั้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 36pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">หากว่าปิดบาดแผลโดยไม่มีวุดุอ์ทัศนะของชาฟิอีย์เห็นว่า หลังจากหายเป็นปกติแล้วจะต้องละหมาดชดแต่มัซฮับอะหมัดเห็นว่าไม่ต้องละหมาดชดเพียงแต่ต้องทำตะยัมมุมแทนเท่านั้น[12]</p> <p style="margin: 0cm 0cm 12pt 36pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">5. ทัศนะของมัซฮับฮานาฟีย์และมาลิกีย์ เห็นว่า หลังจากที่ล้างอวัยวะปกติ และเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลแล้ว ไม่ต้องตามด้วยการทำตะยัมมุมแทนการเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผล[13] </p> <p style="margin-bottom: 12pt" class="MsoNormal"></p> <p class="MsoNormal">ฟัตวาของนักวิชาการปัจจุบัน</p> <p class="MsoNormal"></p> <p class="MsoNormal">ศ.ดร.ยูซุฟกอรอฎอวีย์มีทัศนะว่าผู้ป่วยที่ใช้ผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์ติดแผลที่อวัยวะใดๆสามารถใช้น้ำเช็ดบนผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์ติดแผลได้เลยแต่จะให้ทำการตะยัมมุมด้วยหรือไม่นั้นหรือต้องพันแผลขณะที่มีน้ำละหมาดหรือไม่นั้นนักวิชาการมีทัศนะที่แตกต่างกัน[14]</p> <p class="MsoNormal">ชัยค์บินบาซ[15]ได้ฟัตวาว่า หากว่ามีบาดแผลหรือผ้าพันแผลหรือเฝือก โดยให้ล้างอวัยวะปกติที่ไม่มีบาดแผลส่วนอวัยวะที่มีผ้าพันแผลก็เช็ดเพียงเบาๆโดยไม่ต้องทำตะยัมมุมอีกแต่ถ้าหากว่าบนแผลไม่มีผ้าพันแผล หรือมีผ้าพันแผลบางๆ ที่น้ำสามารถซึมลงไปยังแผลซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ก็ให้ล้างอวัยวะที่ปกติส่วนอวัยวะที่มีบาดแผลไม่ต้องเช็ด แต่ให้ทำตะยัมมุมแทนหลังจากล้างอวัยวะที่ปกติแล้วซึ่งชัยค์อับดุรรอฮ์มานอัสสะอ์ดีย์[16]ชัยค์อิบนุญิบรีน[17] ก็ได้ฟัตวาเช่นเดียวกับชัยค์บินบาซ</p> <p class="MsoNormal">ดังนั้นตามทัศนะของชัยค์บินบาซชัยค์อับดุรรอฮ์มานอัสสะอ์ดีย์ชัยค์อิบนุญิบรีน กรณีที่สามารถเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลได้ก็ไม่ต้องรวมระหว่างวุดุอ์และตะยัมมุมแต่ถ้าไม่สามารถเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลได้ ก็ต้องทำทั้งน้วาญิบหรือน้ำละหมาดและตะยัมมุมร่วมกันโดยให้ล้างอวัยวะที่ไม่มีบาดแผลและทำตะยัมมุมแทนการเว้นไม่ล้างอวัยวะที่มีสิ่งปิดบาดแผล</p> <p class="MsoNormal"></p> <p class="MsoNormal">สรุป</p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">นักวิชาการอิสลามส่วนใหญ่ได้แก่นักกฎหมายมัซฮับฮานาฟีย์ มาลิกีย์ชาฟิอีย์ฮัมบาลีย์และอิบนุตัยมียะต์ เห็นพ้องกันว่าอนุญาตให้ใช้น้ำเช็ดบนสิ่งที่ปกปิดบาดแผลได้ในกรณีจำเป็น และให้อาบหรือล้างหรือเช็ดอวัยวะที่ไม่มีบาดแผล ในการอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือทำน้ำละหมาด(วูดุอ์) </p> <p style="margin-bottom: 12pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">แต่นักวิชาการกลุ่มนี้มีทัศนะที่แตกต่างกันเรื่องความจำเป็นที่จะต้องทำตะยัมมุม พร้อมกับการเช็ดบนสิ่งที่ปิดบาดแผลสำหรับอวัยวะที่มีบาดแผลและการอาบน้ำวาญิบ (อัลฆุสล์) หรือน้ำละหมาด(วูดุอ์)สำหรับอวัยวะที่ยังใช้น้ำได้ตามปกติ</p> <p class="MsoNormal">ดังนั้นโดยสรุปผู้ป่วยที่ต้องใส่เฝือกใช้ผ้าพันแผลหรือติดพลาสเตอร์ที่จำเป็นจะต้องทำการล้างอวัยวะที่ปกติ และสามารถเช็ดบนสิ่งปิดบาดแผลดังกล่าวได้ โดยที่ไม่ต้องทำตะยัมมุมเพิ่มอีกตามทัศนะของมัซฮับฮานาฟีมาลิกีย์และฮัมบะลีย์ส่วนมัซฮับชาฟิอีย์มีทัศนะว่าจะต้องทำตะยัมมุมด้วย</p> <p class="MsoNormal"></p> <p class="MsoNormal"></p> <p class="MsoNormal"></p> <p class="MsoNormal">บรรณานุกรม</p> <p style="text-align: right; direction: rtl; unicode-bidi: embed" dir="rtl" class="MsoNormal"></p> <div>
<hr width="33%" size="1"> <div id="edn1"> <p class="MsoFootnoteText">[1]อะหมัด อัดดุวีช( ผู้รวบรวม) 1413فتاوىاللجنةالدائمةللبحوثالعلميةوالإفتاءเล่ม5หน้า347ริยาฎมักตะบะต์อัล</p> <p class="MsoEndnoteText">มะอาริฟ ลิลนัชร์</p> </div> <div id="edn2"> <p class="MsoEndnoteText">[2]อัลคอฏีบ อัชชัรบีนีย์1995مغنىالمحتاجเล่ม 1 หน้า150เบรุตดารุลฟิกร์</p> </div> <div id="edn3"> <p class="MsoEndnoteText">[3]วะอ์บะต์ซุฮัยลีย์ 1989 الفقهالإسلامىوأدلتهพิมพ์ครั้งที่3 เล่ม1หน้า347เบรุตดารุลฟิกร์</p> </div> <div id="edn4"> <p class="MsoEndnoteText">[4]อิบนุตัยมียะต์มปป.مجموعفتاوىเล่ม21หน้า179 218เบรุตดารุลฟิกร์</p> </div> <div id="edn5"> <p class="MsoEndnoteText">[5]อิบนุหัซม์ มปป. المحلى. เล่ม1หน้า 74 76ดารุลฟิกร์</p> </div> <div id="edn6"> <p class="MsoEndnoteText">[6]อัลอัลบานีย์1998تمامالمنةفيالتعليقعلىفقهالسنةหน้า134ริยาฎดารุรรอยะต์พิมพ์ ครั้งที่5</p> </div> <div id="edn7"> <p class="MsoEndnoteText">[7] อัลอัสกอลานีย์ 2000بلوغ المرامเล่ม 1 หน้า 27-28เบรุต มุอัสาสะต์รัยยาน</p> </div> <div id="edn8"> <p class="MsoEndnoteText">[8]อัศศอนอานีย์มปป.سبلالسلامเล่ม 1หน้า 203-204ไคโร ดารุรรอยยาน ลิตตูรอษพิมพ์ครั้งที่4 </p> </div> <div id="edn9"> <p class="MsoEndnoteText">[9]อัลอัลบานีย์อ้างแล้วหน้า 134</p> </div> <div id="edn10"> <p class="MsoEndnoteText">[10]อัลอัลบานีย์อ้างแล้วหน้า134</p> </div> <div id="edn11"> <p class="MsoEndnoteText">[11]อัชชัรบีนีย์อ้างแล้ว หน้า 150</p> </div> <div id="edn12"> <p class="MsoEndnoteText">[12]กระทรวงศาสนสมบัติและกิจการอิสลาม1989 الموسوعةالفقهيةเล่ม 15 หน้า 106-111คูเวตดาร์ซาต อัสสลาสิล</p> </div> <div id="edn13"> <p class="MsoEndnoteText">[13]อัซซุฮัยลีย์อ้างแล้วหน้า 352</p> </div> <div id="edn14"> <p class="MsoEndnoteText">[14] www.islamonline.net/bankfatwa</p> </div> <div id="edn15"> <p class="MsoFootnoteText">[15]อับดุลลอฮ์อัตตัยยาร( ผู้รวบรวม) 1416 مجموعفتاوىسماحةالشيخعبدالغزيزبنعبداللهبنبازเล่ม4หน้า 75-</p> <p class="MsoEndnoteText">76ริยาฎ ดารุลวะฎอน</p> </div> <div id="edn16"> <p class="MsoEndnoteText">[16]อับดุรรอฮ์มานอัสสะอ์ดีย์1983الفتاوىالسعديةหน้า 143ไคโรอัลกัยลานีย์</p> </div> <div id="edn17"> <p class="MsoEndnoteText">[17]ชัยค์อิบนุญิบรีน1994فتاوىإسلاميةหน้า 231ริยาฎดารุลวะฎอน</p> </div> </div>