เมื่อวานเขียนท้ายของบันทึกไว้ว่า "นักกลยุทธ์ ต้องมีคุณธรรม"  วันนี้เลยขอบันทึกต่อจากเมื่อวาน ถือว่าเป็นควันหลงจากการสัมมนายุทธศาสตร์การพัฒนา ครั้งนี้ก็แล้วกันนะครับ

            จากข้อแนะนำของผู้ที่จบไปแล้วหลายๆ ท่าน ซึ่งผมขอเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า อย่าเชื่อทั้งหมด และสิ่งไหนที่ดีน่าจะมีประโยชน์และสามารถปฏิบัติได้ ก็ขอให้พวกเรานำกลับไปประยุกต์ใช้  หากสิ่งไหนที่ไม่ดีไม่ถูกต้อง ก็คงต้องขอให้ท่านทิ้งลงไว้ที่เขื่อน อย่านำกลับไปใช้หรือเผยแพร่ ขยายผลสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้เข้ามาสู่สังคมอันดีงามของพวกเราอีกเลย

            มีประเด็นที่คิดว่าหลายท่านอาจจะเข้าใจผิด ผมจึงขอนำมาอธิบายเพิ่มเติม และนำประสบการณ์ของตัวเองและเพื่อนที่ได้นำมาใช้และเกิดประโยชน์ต่อการศึกษา อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ติดตัวพวกเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ ของการทำวิทยานิพนธ์ ในประเด็น  

 "การรายงานผลการทำวิทยานิพนธ์ให้แก่อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์"

               ในประเด็นนี้ แม้ขณะนี้พวกเราหลายคนยังไม่ได้เริ่มดำเนินการทำวิทยานิพนธ์ แต่คิดว่าเป็นแนวทางในการวางแผนในอนาคตก็แล้วกัน  เพราะในการส่งผลการดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายงานผลการทำวิทยานิพนธ์ให้แก่อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ที่ดีนั้น เราจะต้องดำเนินการเก็บข้อมูลและดำเนินการตามแผนการทำวิทยานิพนธ์ ที่เราได้กำหนดไว้ และรายงานให้อาจารย์ผู้ควบคุมทราบเป็นระยะๆ ไม่ควรเร่งทำหรือส่งครั้งเดียวตอนใกล้ๆ จะหมดเวลา เพราะ

  • จะทำให้งานที่ได้ขาดคุณภาพ เพราะมีเวลาในการตรวจสอบน้อย
  • ตัวเราคือผู้ดำเนินการจะ ขาดโอกาสในการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง ในหลายๆ ด้าน เช่น ขาดการฝึกความอดทน ขาดการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิชาการ  ขาดการฝึกการเป็นนักบริหาร/จัดการ ขาดโอกาสการฝึกฝนที่จะเป็นนักวิจัยที่ดี เป็นต้น
  • การทำเช่นนั้น เป็นตัวบ่งชี้ว่าเรา บริหารตนเองหรือบริหารเวลาไม่เป็น
  • เนื่องจากการเรียนมีกรอบหรือเงื่อนเวลา ดังนั้นผู้ควบคุมอาจปราณีหากไม่ให้ผ่าน ก็แสดงว่า เราใช้กลยุทธ์ในทางที่ผิด คือเป็นนักกลยุทธ์ ที่ขาดคุณธรรม - เป็นนักวิจัยที่ไม่มีจรรยาบรรณ
  • "การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการเรียนรู้จากการปฏิบัติ" การทำวิทยานิพนธ์หรือการทำวิจัย ก็เป็นการฝึกปฏิบัติกระบวนการค้นหาความรู้ความจริงหนึ่งเรื่อง เพื่อที่เราจะได้เห็นตัวอย่างและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือนำไปพัฒนาในงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เราต้องให้ความสำคัญและจริงจังกับสิ่งที่เราทำ มิเช่นนั้นเราก็คงไม่ได้เรียนรู้อะไรจากการฝึกปฏิบัตินี้ 
  • และที่สำคัญนอกจากจะได้งานที่ไม่มีคุณภาพแล้ว ก็จะนำไปสู่การเป็นมหาบัณฑิตที่ไม่มีคุณภาพ คงไม่มีใครภาคภูมิใจกับงานที่เราทำเลย นอกจากเราจะหลงตัวเองเท่านั้นเอง
  • การทำวิทยานิพนธ์ เป็นทั้งวิธีการและเป้าหมายของการพัฒนาคน  แต่สิ่งที่ควรตระหนักก็คือ การเป็นวิธีการสร้างหรือพัฒนาคนทำวิทยานิพนธ์ ให้เป็นคนที่มีคุณธรรม ทำงานอย่างมีคุณภาพ สามารถทำการวิจัยทางยุทธศาสตร์ และการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ฯ  (ตามคุณสมบัติ 6ข้อของมหาบัณฑิตสาขายุทธศาสตร์การพัฒนา)
  •                     ฯลฯ

             นี่เป็นเพียงข้อคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ที่เขียนก็เพราะคิดว่า เราคือพี่น้องชาวยุทธศาสตร์การพัฒนาด้วยกัน สิ่งไหนดีก็ควรจะแบ่งปัน ชี้แนะแนวทางเพื่อให้คนที่เดินตามมาทีหลังได้เห็นทางที่ถูกต้อง ชัดเจน ไม่หลงทาง เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  19/12/48