มีน้อยคนนักที่จะทราบว่าเจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตรเหล่านี้อยูเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้

     นับตั้งแต่มีการบรรจุเจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตรครั้งแรกในปี 2519 จำนวน 122 คน ใน 12 จังหวัด ต่อมามีการบรรจุครบทุกอำเภอในปี 2524 ข้าราชการกลุ่มนี้ได้ปฏิบัติภารกิจในการส่งเสริมการมีสุขอนามัยที่ดีของครอบครัวและชุมชน ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและเครือข่าย ผลงานที่ผ่านมาในช่วงกว่า 30 ปีมีมากมาย ตัวอย่างเช่น

ผลลัพธ์เชิงปริมาณ

  • กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 13,999 กลุ่ม สมาชิก 533,735 คน
  • สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรได้รับการยอมรับในการเป็นผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้นำองค์การต่าง ๆ จำนวน 8,676 คน
  • กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมีเงินออมจำนวน  3,729 กลุ่ม สมาชิก13,185 คน มีเงินออมทั้งสิ้น 130 ล้านบาท

ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ

  • เกิดแหล่งอาหารในครัวเรือนอย่างเพียงพอ มีกิน ถูกหลักโภชนาการ กินเป็น ลดรายจ่าย
  • สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมีบทบาทในชุมชนมากขึ้น
  • เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้า ซื้อขายทั้งภายในและภายนอกชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้
  • เกิดธุรกิจในระดับที่กว้างขวางขึ้น เกืดเครือข่ายเช่น ทุเรียนทอด กล้วยตาก สมุนไพร ฯลฯ
  • คนในชุมชนมีงานทำ ไม่ต้องไปขายแรงงานนอกพื้นที่
  • เกิดการอนุรักษ์และเสริมสร้างทรัพยากรของชุมชน และพัฒนาสาธารณะและประโยชน์ร่วมกัน
  • เกิดระบบสวัสดิการที่ดีในกลุ่มและชุมชน
  • สมาชิกในครัวเรือนมีส่วนร่วมในกิจกรรม ทำให้เกิดความรัก ความผูกพัน และความอบอุ่นในครอบครัว

งานทั้งหมดที่ได้ทำมาเป็นเวลายาวนานส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้เกิดการกินดีอยู่ดี เพิ่มพูนรายได้ ดังกลอนที่ประพันธ์โดย คุณเกตุอร ทองเครือ  สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

            สอนงาน " ผ้า" "อาหาร" มานานหนัก

             เป้าหมายหลัก "กินอยู่เป็น" เห็นคุณค่า

     "หัตถกรรม"  "จักสาน"  ละลานตา

ล้วนนำพา รายได้เสริมเพิ่มทวี

 

                                คุณภาพสินค้าดีที่คาดหวัง

                           เคหกิจร่วมพลังทุกถิ่นที่

                                            สร้างชื่อเสียงกลุ่มแม่บ้านมานานปี

                                "นี่แหละ กินอยู่ดี" ที่ต้องการ

 

     งานเคหกิจเกษตรที่ดำเนินการมานาน เป็นพื้นฐานก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด กลายมาเป็น OTOP หรือที่เรียกว่าผลิตภัณฑ์ชุมชนในปัจจุบัน มีน้อยคนนักที่จะทราบว่าเจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตรเหล่านี้อยูเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้

     อย่างไรก็ตามปัจจุบันท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเห็นความสำคัญและกระตุ้น/ส่งเสริมให้มีการทำงานเคหกิจเกษตรควบคู่กับงานส่งเสริมการเกษตร โดยเชื่อมโยงกับโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 

     รวมทั้งจะจัดให้มีการสัมมนาเคหกิจเกษตรทั่วประเทศวันที่ 31  กรกฎาคม 2550- 2 สิงหาคม 2550  ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานในวันที่ 1 สิงหาคม 2550 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณทรงสนพระทัยงานส่งเสริมเคหกิจเกษตร เพราะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมโภชนาการและสุขอนามัยที่ดีของครอบครัว การสร้างรายได้เสริม และการรวมกลุ่มกันพัฒนาไปสู่ธุรกิจชุมชน

     เราคงจะเห็นผลงานและพลังของเคหกิจเกษตรทั่วประเทศในที่สัมมนาดังกล่าว งานนี้คงจะสามารถสร้างกำลังใจให้แก่บุคคลากรเหล่านี้ในการสร้างสรรค์งานแก่เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนประเทศชาติสืบไป นอกจากนี้ยังคาดหวังว่าบุคคลอื่น ๆ ในสังคมจะได้รับรู้และยอมรับผลงานของเคหกิจเกษตรเหล่านี้ที่ได้ทำงานอยู่เบื้องหลังในลักษณะปิดทองหลังพระมานานปี คอยติดตามดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจากคุณอมรทิพย์ ภิรมย์บูรณ์ สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ธุวนันท์ พานิชโยทัย

5 มิถุนายน 2550