แต่คนที่ทำงานในระบบปกติที่อยู่ในออฟฟิศ ไม่ได้ถูกประเมินแค่"ผลงาน"อย่างเดียว ทุกสิ่งอย่างที่กระทำในออฟฟิศ จะโดนประเมินไปหมด

สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหามาตลอดตั้งแต่มีระบบการจ้างงาน หรืออาจจะก่อนด้วยซ้ำ คือ "การประเมินผลงาน"

เคยโดนประเมินผลงานกันไหมครับ เชื่อว่าเกือบทั้งร้อย ต้องผ่านการถูกประเมินผลงานด้วยกันทั้งนั้น ขนาดที่ว่า คนเป็นMD หรือเบอร์1ในองค์กรก็ไม่วายโดนประเมินจากบอร์ดบริหาร หรือแม้แต่คนที่ทำงานอิสระยังต้องโดนประเมินผลงานจากผู้รับงาน เช่นคนเขียนนิยาย ส่งนิยายไปก็ต้องถูกประเมินผลงาน

แต่คนเขียนนิยายจะถูกประเมินแต่ผลงานอย่างเดียวล้วนๆว่าเขียนงานออกมาได้ดีแค่ไหน ไม่ถูกประเมินพฤติกรรม เช่น แต่งตัวอย่างไรตอนเขียน เริ่มเขียนเลิกเขียนตรงเวลาไหม ร้องเพลงเสียงดังกวนคนอื่นหรือปล่าวตอนเขียน ฯลฯ

แต่คนที่ทำงานในระบบปกติที่อยู่ในออฟฟิศ ไม่ได้ถูกประเมินแค่"ผลงาน"อย่างเดียว ทุกสิ่งอย่างที่กระทำในออฟฟิศ จะโดนประเมินไปหมด

ไม่ใช่แค่ตัวเนื้องานอย่างเดียว นี่แหละที่ยากและเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะมันยากที่คนเราจะแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว หรือถึงแยกได้ก็ยากที่จะยอมรับได้

โดยปกติเมื่อการทำงานผ่านมาระยะเวลาหนึ่ง จะต้องมีการประเมินผลงาน(ซึ่งจริงๆไม่ค่อยจะประเมินกันแค่ผลงาน)ขึ้น เพื่อให้ข้อมูลแก่ตัวคนทำงานว่าทำอะไรได้ดี อะไรไม่ดี ในมุมมองของหัวหน้างาน ในความคาดหวังขององค์กร

ผลประเมินที่ออกมาจะถูกนำมาใช้ในการขึ้นเงินเดือน ให้โบนัสประจำปี นี่แหละตัวเร่งให้เกิดปัญหา

ธรรมดาถ้ามีการประเมินแล้วไม่ได้เกิดผลอะไรกับตัวผู้ถุกประเมินก็แล้วไป อาจจะมีเคืองๆบ้าง แต่ก็ผ่านไปได้สักพักก็ลืมๆไป แต่เมื่อผลการประเมินมันทำให้เงินเดือนเขาหรือเธอไม่ขึ้น ต้องรับเงินเดือนเดิมไปมั้งปีนี่ซิ หรือโบนัสหายไปดื้อ ครึ่งนึง นี่ใครบ้างจะไม่ติดใจ

ถ้าตัวประเมินมันชัดเจน ดีเป็นดี ไม่ดีเป็นไม่ดี คนถูกประเมินเข้าใจแจ่มแจ้ง เห็นด้วย แบบไม่ต้องมีคนประเมินเขาหรือเธอก็รู้ตัวเองได้เลย เช่นทำแก้วแตก ถูกหักเงิน 50 บาท นี่ก็แล้วไป มันชัดจนโต้แย้งไม่ได้ (ไม่แน่นะ บางคนบอกแก้วมันเก่าแล้ว น่าจะตัดแค่ 30 บาท มาตัวตั้ง 50 บาทเหมือนแก้วใหม่ได้ไง นี่ก็ไม่จบ)

แต่ในความเป็นจริงเครื่องมือประเมินไม่ว่าองค์กรไหนๆก็ไม่มีที่จะชัดเจนไปได้แบบที่ทุกคนยอมรับได้หมด มันยังมีที่ต้องเว้นให้หัวหน้างานต้องใช้วิจารณญาณแล้วจรดปากกาลงไปว่าจะให้คะแนนแค่ไหน เขียนลงไปว่าดีหรือดีมาก คนถูกประเมินอาจจะพอใจ แต่ถามว่าแล้วเกิดอะไรขึ้น

พนักงานที่ไม่ได้ทำดี แต่ถูกประเมินว่าดี หรือดีมาก ก็จะรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำน่ะดีอยู่แล้วก็จะไม่เกิดการพัฒนาตนเอง ไม่ยอมพัฒนางานหรือปรับปรุงจุดบกพร่องของตนเอง หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆในที่สุดองค์กรเองนั่นแหละจะเกิดปัญหา จะแย่ลงเรื่อยๆในที่สุดก็จะอยู่ไม่ได้

หรืออีกทางพนักงานที่ดีๆทำงานแทบล้มตายมาทั้งปี พอผลประเมินออกมาไม่ได้อะไรแตกต่างจากคนที่ห่วยก็สูญสิ้นกำลังใจ ปีต่อๆไปก็อย่ามาคาดหวังว่าคนๆนี้จะตั้งใจทำงานเต็มที่ เต็มความสามารถอีก

ดังนั้น ระบบการประเมินผล จึงเป็นกลไก สำคัญในการบริหารจัดการคน ไม่ว่าจะด้านบวกหรือด้านลบ อย่าได้คิดเชียวว่า ประเมินๆไปเหอะ ไม่สำคัญอะไร เดี๋ยวก็ผ่านไปเอง เดี๋ยวก็ทำใจกันได้เอง

แล้วจะทำการประเมินอย่างไรดีล่ะ จึงจะได้การยอมรับและได้ประโยชน์ ไม่เกิดโทษในการประเมิน อันนี้ต้องรอตอนต่อไปนะครับ....

jump