อนุทิน #140223

21. ในอัคคัญญสูตร ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงพูดถึงการกำเนิดโลก ตลอดจนการเข้ามาของรัฐและกษัตริย์ โดยมีใจความว่า โลกดับจึงทำให้เกิดอาภัสสรพรหม ล่องลอยในจักรวาล เมื่อโลกเย็นจึงเกิดน้ำ มืดมน มีแสงสว่าง ต่อมาเกิดง้วนดิน สัตว์กินง้วนดิน ต่อมาสัตว์เกิดตัณหาจึงทำให้ร่างกายแข็ง รัศมีในตัวหายไป พระจันทร์อาทิตย์ก็ปรากฏ เดือน ปี ฤดู ก็ปรากฏง้วนดินดุจรวงผึ้ง ต่อมาเกิดการดูถูกกันด้วยวรรณะผิวพรรณ สวย-ไม่สวย ง้วนดินหมดไป อาหารอื่นกระบิดิน คล้ายเห็ด ต่อมาเกิดการดูหมิ่น กระบิดินหมดกลายเป็นเครือดิน ดุจผลมะพร้าว

ในกาลต่อมาก็ดูหมิ่นกันด้วยวรรณะ เครือดินหมด เกิดข้าวสาลี ไม่มีรำ-แกลบ ขาวสะอาด เกิดเพศหญิง เพศชาย เพ่งดูกันจนกำหนัด เสพเมถุนกัน (เสพ อสัทธรรม) ต่อมาเกิดอายเพราะถูกดูถูกการเสพเมถุน จึงสร้างเรือนกำบังการเสพอสัทธรรมเกิดการกักตุนอาหารข้าวสาลี เพราะเกียจคร้าน เกิดการกักตุนอาหาร ข้าวสาลีจึงกลายมีแกลบมีรำ แบ่งเขตกันทำการเกษตร เกิดการละเมิดสิทธิ กล่าวคือการขโมยเกิดขึ้น

ต่อมาก็ เกิดวีรบุรุษ คนแรกเรียกว่า มหาชนสมมติ กล่าวคือชาวบ้านเลือก ต่อมาก็เกิดกษัตริย์ ซึ่งมีนาอยู่จำนวนมาก และคนสุดท้ายก็คือราชา ซึ่งหมายถึงยังให้คนสุข โดยธรรม

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราอาจตีความได้ว่า เพราะมีมนุษย์มีกิเลส เช่น ดูหมิ่นกันและกัน มีการร่วมเพศ มีการขโมย มีการเก็บทรัพย์สินส่วนเกิน คือ ที่มาของความเลวร้ายในโลกนี้ เมื่อผู้คนคิดกันว่าเราน่าจะมีใครสักคนหนึ่ง มาห้ามปราม มาลงโทษ ก็น่าจะดี ผู้คนจึงไปหา ผู้ที่มีผิวพรรณสวยกว่าใครทั้งหมด และบอกเขาว่า ขอพ่อจงว่ากล่าวผู้ที่ควรว่า กล่าวได้โดยชอบ จงติเตียนผู้ที่ควรติเตียนได้โดยชอบ จงขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่ได้โดยชอบเถิด ส่วนพวกข้าพเจ้าจักแบ่งส่วนข้าวสาลีให้แก่พ่อ ซึ่งก็คือมหาชนสมมตินั่นเอง

เขียน:

ความเห็น (1)

prayat duangmala
เขียนเมื่อ | ขอบคุณเมื่อ

สุดยอดครับ..ได้ศึกษาหลักธรรมที่ท่านค้นคว้ามาความ..น่าจะเป็นจากการวิจัยมาคงเชื่อถือได้มากจาก พระพุทธเจ้าที่พบด้วยพระองค์เอง..