อนุทิน #130740

บทสัมภาษณ์

 

        ถ้าจะว่าไปแล้วนอกจากท่านแม่ผมก็มีผู้หญิงคนนี้แหละที่รักผมมาก  ผมเคยถามเขาหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมาหลายปีเขาเคยคิดที่จะไปจากผมไหม  ทั้งๆที่รู้ว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยจริงจังกับชีวิตคู่  ใช้ชีวิตแบบสิ้นเปลืองมาโดยตลอด  ไม่มีจุดยืนในชีวิต  เที่ยวเตร่  แทบจะไปเที่ยวแทบทุกจังหวัดในประเทศไทยก็ว่าได้ พอเกิดสิ่งร้ายๆกับชีวิตก็กลับมาตายรัง  เธอบอกกับผมว่า เธอคิดอยู่เสมอว่าเมื่อเธอทำดีที่สุดแล้ว เธอย่อมได้สิ่งดีๆ กลับคืนมา  อีกอย่างเธอเป็นคนที่มีความมั่นคง ยึดมั่น ถือมั่นในทุกๆ เรื่อง  ผมยอมรับว่าที่ที่ผ่านมาผมเกเรมาก พ่อแม่พร้อมให้ทุกอย่างยกเว้นความอิสระ คือต้องอยู่ในกรอบที่วางไว้ ผมจึงเลือกที่จะออกนอกกรอบ  เรียนไหนก็ไม่จบ ใช้ชีวิตสิ้นเปลือง จนมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต จุดที่ผมตกต่ำที่สุด ผมโซแซมาจากนครศรีธรรมราช แทบเอาชีวิตไม่รอด  มาอยู่บ้านระยะหนึ่ง แบบคนสิ้นคิด  เธอเป็นคนที่ชี้นำชีวิตของผม  ซึ่งที่ผ่านมาพ่อกับแม่ผมรู้เรื่องราวระหว่างผมกับเธอมาโดยตลอด  พ่อกับแม่รู้สึกสงสารเธอมาก  ในช่วงนั้นเธอแนะนำพ่อกับแม่ผมว่าน่าจะหาอะไรให้ผมทำเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะตอนนั้นเธอเรียนปริญญาโทศึกษาศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เธอเลยแนะนำให้เปิดร้านถ่ายเอกสารและเข้าเล่ม โดยให้พ่อกับแม่ผมลงทุนให้  เพราะถ้าไม่มีเธอแนะนำ ลำพังตัวผมคนเดียวท่านคงไม่เปิดให้หรอกครับตอนแรกก็คิดว่าจะทำเล่นๆ แต่ผ่านมา 5 ปี มี 2 สาขา และจะเปิดสาขา 3 ในต้นปี 57 ก็ได้รายได้ตรงจุดนี้มาส่งผมเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี  เพราะก่อนหน้านี้ผมจบแค่ ปวส. จนในขณะนี้ ปัจจุบันเธอได้ทุนเรียนต่อปริญญาเอกด้านเทคโนโลยีการศึกษา และเป็นอาจารย์ประจำสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ส่วนผมต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ผมขอบคุณเธอมากครับที่เป็นแสงสว่างให้กับชีวิตผม ทำให้ผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน และอยู่เคียงข้างผมมาตลอดระยะเวลา 8 ปีที่คบกัน ตั้งแต่เธออายุ 18 ผม 20 ผมสัญญาว่าต่อจากนี้ผมจะรักและดูแลเธอตลอดชีวิตของผมครับ

เขียน:

ความเห็น (1)

ขอให้คุณจงรักษาผู้หญิงคนนี้ตลอดไป เป็นกำลังใจให้ครับ ;)…