อนุทิน #121652

                สุดท้ายก็เป็นแบบที่คิด...ช่วงนี้งานเพียบเลย จัดลำดับความสำคัญแทบไม่ถูก วันหนึ่ง ๆ มีแต่ประชุม ไม่ว่าจะประชุมในเรื่องการสรรหาคณบดี สรรหาผู้อำนวยการสำนัก วนเวียนเหมือนวัฏจักร ไหนจะเรื่องต่อเวลาราชการ การเตรียมการสอบบรรจุพนักงานมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจัดทำข้อสอบ การเตรียมการห้องสอบ การเตรียมตรวจข้อสอบ การปฐมนิเทศพนักงานมหาวิทยาลัย การให้ความรู้ในเรื่องกฎหมาย การพิจารณาความดีความชอบ แถมยังมีงานอื่น ๆ ที่เบ็ดเตล็ดอีกมากมาย...เรียงคิวกันมาแบบหน้าสลอนเลยล่ะ..ต้องตั้งสติว่า...ควรทำสิ่งใดก่อน - หลัง แล้วค่อย ๆ ไล่ออกทีละเรื่อง ๆ กว่าจะจบกระบวนการคงประมาณต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ โน่นแหล่ะ...เป็นแบบนี้ทุกปีสิน่า...มีผู้บริหารบอกว่า...ไม่เห็นทำไรเลยสำหรับกองนี้...หรือไม่ก็คำพูดที่ว่า..."เดี๋ยวกองนี้จะไม่มีงานจะทำ" คิดได้ไง...เวลาท่านพูดไม่รู้ว่าคิดหรือเปล่า...แต่เราเป็นคนฟัง...สะดุดกับคำพูดของท่าน เพราะเรา "คิดเป็น" แต่จะว่าไป ท่านพูดเล่นรึ??? น่าจะไม่ใช่ เพราะไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรพูด...ทำให้ตัวเราคิดว่า...การจะพูดอะไรสักคำ "ควรต้องคิด ก่อนที่จะพูด" เพราะก่อนพูด "เราเป็นนายคำพูด" พอพูดไปแล้ว "คำพูดเป็นนายเรา"...

                นี่ขนาดเราทำงานนะเนี่ย!!! ถ้าเราไม่ทำจะไม่คิดและไม่ว่าสักคำ...ต้องนำคำพระท่านมาเพื่อสกดจิตใจเราแล้วล่ะว่า...คำพูดคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป..."สักแต่จะพูด" ขอแค่ให้ได้พูด..."ไม่โกรธ" เพราะถ้าเราโกรธ ตัวเราจะโง่ ถ้าเราโมโห เราก็คือ "คนบ้า"...อะไรกับคำพูดคน "สักว่า...เขาเจาะปากมาเพื่อให้พูด กระมัง ไม่คิดก่อนพูด...แต่สิ่งที่ตัวเรารู้ดีที่สุดสำหรับตัวเรา นั่นคือ เราได้ทำงาน งานมันก็คือ งาน งานในหน้าที่ เราได้ทำคุ้มกับเงินเดือนที่รัฐบาลได้จ้าง บวกกับเงินประจำตำแหน่งในหน้าที่ที่เป็นภาระงานที่เราต้องรับผิดชอบ เท่านี้เราก็สบายใจแล้ว...คนเรามีความสุขไม่เหมือนกัน...บางคนความสุขอาจเกิดจากการได้ว่าผู้อื่น...สำหรับตัวเราคงไม่ใช่...ความสุขที่ได้จากการทำงานและเป็นผู้ให้มากกว่า และนี่แหล่ะก็คือ "ตัวเรา"...มันจึงทำให้คนเรานี่ช่างต่างจิตต่างใจกันเสียจริง...เป็นพฤติกรรมของคนที่ตั้งอยู่บน "ความแตกต่าง" กัน


เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)