อนุทิน #109493

เมื่อวานเป็นวันสอบ QE วันที่ 2 ออกจากห้องสอบประมาณห้าโมงเย็นเกือบหกโมง ด้วยความเหนื่อยล้าอยากพักเต็มที ถามตัวเองว่าจะไปไหนดีระหว่างกลับหอนอนพัก กับไปสวดมนต์ฟังพระเทศน์ที่วัด(สวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น สาขาวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี) ก็บอกตัวเองว่าเย็นมากแล้ว เขาสวดกันไปเยอะแล้ว กลับไปสวดเองที่หอก็ได้ ชวนคนอื่นเขาก็ไม่ว่าง ไม่รู้เอาไงดี...แต่สุดท้าย...ก็ได้คิดว่า มาช้าดีกว่าไม่มา จึงขับรถมุ่งหน้าไปสวดมนต์ ในระหว่างทางก็ไม่วายชวนเพื่อนอีก สุดท้ายได้ไปคนเดียว

    แต่เป็นการคิดที่ไม่ผิดเลย แม้จะเหนื่อยอย่างไร เมื่อได้ฟังพรเสียงพระท่านเทศน์ให้ฟังเหมือนรู้ใจ สวดเองอยู่บ้านไม่เหมือนมาที่วัด มาที่วัดเห็นพระเห็นคนมากๆ ก็รู้สึกตื่นตัว พระเห็นโยมมาเยอะก็รู้สึกต้องตั้งใจศึกษาปฎิบัติให้มากกว่าโยม เวลาโยมถาม จะได้ตอบได้ และน่าเชื่อถือ

    พระอาจารย์ท่านบอกว่า พระก็เหมือน presenter ศาสนา เห็นรายการต่างๆเขามี presenter ศาสนาพุทธก็มีเหมือนกัน 55 มุมมองท่านทันสมัยจริงๆ ท่านบอกว่า คนเราเกิดมาเพื่อลดกรรม ไม่ใช่เกิดมามีกรรม  จะทำอะไรให้รู้ตัว เช่น รู้ว่าเผลอหรือไม่เผลอ รู้ว่าอารมณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรแล้วพยายามตัด ลด มันให้ได้ แต่ก่อนจะรู้จักอารมณ์ก็ควรจะรู้พื้นอารมณ์ตัวเองก่อน สัก 3 ตัว โมหะ โทสะ โลภะ ฟังท่านแล้วอยากฟังอีกท่านเทศน์ดีจริงๆ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมคนมาเยอะทุกวันพระเลย คราวหน้าจะมาอีกที

   ฟังพระเทศน์แล้วหายเหนื่อย ลืมไปเลยว่าช่วงกลางวันทำข้อสอบแสนปวดหัวอ่อนเพลีย ไม่เสียทีที่เลือกมา ได้สวดมนต์บทมหาเมตตาใหญ่ด้วย วันนี้สวดแบบเร่งความเร็วเล็กน้อย (แต่ไม่ใช่จังหวะร็อค อิอิ) เฉพาะบทนี้เกือบชั่วโมง นั่งนาน เสียงเกือบหาย แต่ก็ไม่เป็นเหน็บชา และลืมเสียสนิทว่าเครียดมาทั้งวัน

   ก่อนเข้าวัด รู้สึกเหนื่อยและเครียด แต่ออกจากวัดรู้สึกมีแรงและสบายใจ นี่ล่ะนะ การเข้าวัดมันดีอย่างนี้นี่เอง

  

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)