อ่านแล้วในใจค้านอยู่เล็ก ๆ  ตรงประโยค

     ใครชอบ   ใครชัง   ช่างเถิด

       ใครเชิด    ใครชู     ช่างเขา

       ใครด่า     ใครบ่น   ทนเอา

        ใจเรา      ร่มเย็น   เป็นพอ

น่าจะเปลี่ยนเป็น 

        ใครชอบ   ใครชัง   ช่างเถิด

         ใครเชิด    ใครชู     ช่างเขา

        ใครด่า     ใครบ่น   ช่างปะไร

         ใจเรา      ร่มเย็น   เป็นพอ

เปลี่ยนจาก  ทนเอา  เป็น ช่างปะไร  เพราะหาก ทนเอา แสดงว่าเรายังยึดอยู่  ใจก็ยังไม่เป็นสุขอยู่ดี  ส่วน ช่างปะไร แสดงว่าเราไม่ใส่ใจ ใจเราก็จะสงบ  เมื่อใจสงบแล้วจึงนึกคำบ่นที่เขาสอนเราในทางที่เป็นบวก เราก็จะเกิดการเรียนรู้ในตัวเรา

ในชีวิตจริงของคนเรา  บางครั้งก็มีสิทธิเลือก  บางครั้งก็

ไม่มีสิทธิเลือก  เพราะธรรมชาติสร้างมาให้ทุกคนมีสิ่งนี้เหมือนกัน

อยากจะฝากข้อคิดดี ๆ  ที่ตัวเองนำมาเตือนตัวเอง ดังนี้ 

(ขอโทษที่จำที่มาไม่ได้ แต่เก็บไว้ในใจตลอด เป็นครั้งแรก

ที่นำมาเปิดเผย)

      ทุกข์  สุข  คละเคล้า  เศร้า  ระรื่น

      เดี๋ยวขมขื่น  เดี๋ยวชื่นใจ  ไม่คงที่

      ชีวิตเราเปลี่ยนสลับ  ร้ายกลับดี

      อยู่อย่างนี้จนสิ้นสุด  หยุดหายใจ      

ทุกคนมีทุกข์และสุขผ่านเข้ามาในชีวิต

เพียงแต่อย่าไปยึดในทุกข์และสุขมากจนเกินไป 

ขอให้ทุกท่านรู้จักใช้ชีวิตให้คุ้มค่าเป็นพอ