เฮ้อ ไม่รู้ทำไมอ่านเสร็จแล้วน้ำตาจะไหล ,,, รู้สึกโชคดีที่เราได้เกิดมาเป็นตัวเป็นตนได้ครบ (32 แม้จะตัวสั้นไปเล็กน้อย)

น่าเห็นใจหมอสูตินะพี่แป๊ะ ต้องเจอปัญหานี้รับเหมาอยู่แต่ผู้เดียวเลย

แต่นั่นแหล่ะ

เป็นที่พึ่งของคนอย่างมากเลยนะพี่

เรื่องเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยน่ะ เถียงกันจนโลกแตกก็ไม่หมดประเด็นนิ

มาคิดๆดู ถ้ารัฐมีหน่วยงานที่รับอุปการะเด็กที่พ่อแม่สภาพไม่พร้อมจะเลี้ยงดู (อย่างกรณีเคสของ"หนิง")เด็กที่จะโตมาคงจะว้าเหว่น่าดู ไม่มีญาติพี่น้อง เรามาได้ไงเนี่ย อะไรประมาณเนี้ยะ ยกเว้นโชคดีเป็นออทิสติก ไม่มีความรู้สึกอะไร (แถมอาจได้เป็นนางเอกช้อคโกแลต)

คิดถึงโฆษณาไทยประกันชีวิตที่มีครูคนหนึ่งเสียสละรับเลี้ยงเด็กเป็นร้อยๆด้วยความรัก ดูทีไรน้ำตาคลอทุกที ไม่ใช่แม่แต่สามารถเลี้ยงได้

จำได้ตอนเป็น นศพ.ปี 6 เคยไป elective ที่นิติเวชศิริราช มีอาจารย์อาวุโสท่านนึง ต้องขออภัยอย่างสูงที่เล้งจำชื่อท่านไม่ได้ ท่านสอนวิชานิติเวชในขณะที่ท่านสุขภาพไม่สู้ดีนัก ต้องใช้ oxygen canula ดมไปสอนไป หยุดหายใจเหนื่อยเป็นพักๆ ท่านจบท้ายบทเรียนด้วยธรรมะ และขอสํญญาจาก นศพ.ที่นั่งเรียนโต๊ะกลมอยู่ตรงนั้นว่า ท่านขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม เมื่อหมอจบไปอย่าทำแท้งนะ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร รู้สึกแต่สงสารอาจารย์

มาคิดถึงตอนนี้ ถ้าเป็นเราต้องเป็นหมอสูติต้องตัดสินใจเรื่องนี้ มันขึ้นกับเจตนาของเรานะว่าทำเพื่ออะไร การค้า หรือ เมตตา

เป็นกำลังใจให้พี่แป๊ะนะคะ

ปล. พี่อุบลคะ ขอบคุณมากสำหรับบทแผ่ส่วนบุญกุศลที่มาเผยแพร่ค่ะ ตั้งใจว่าจะเอาไปให้เพื่อนที่เป็นหมอ I.D.คนแรกเลย (ฮา)