สวัสดีครับพี่แผ่นดิน
หวังว่าตอนนี้พี่ยังทำงานเกี่ยวกับกิจกรรมนิสิตที่มหาวิทยาลัยอยู่และคงสบายดีนะครับ อดคิดถึงเพื่อนๆ ชาวค่าย มมส.ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่ายในสังกัดองค์การนิสิต หรือสังก้ดคณะ ต่างๆ เมื่อผมได้อ่านบทความที่พี่เขียนถึงกิจกรรมของชาว มมส. ที่มีวัฒนธรรมค่ายอันเป็นสายใยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของนิสิตกับชุมชนอย่างมีเอกลักษณ์
คิดถึงสมัยที่ได้ทำกิจกรรมออกค่าย มีอาจารย์ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ร่วมร้องบทเพลงในค่ำคืนเดือนหงายกลางสนาม มันเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจมากที่สุดอีกมุมหนึ่งของชีวิตการเป็นนิสิต ครั้งนั้นผมเป็นนิสิต มมส. รุ่นภูมริน 8 ปี 2547 กิจกรรมในรั้วมหาลัยที่ผมได้สัมผัสเมื่อแรกเริ่มนั้นก็คือ กิจกรรมรับน้อง ที่จัดขึ้นทั้งในส่วนกลาง และคณะ ต่อมาก็คือ กิจกรรมรอดซุ้ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและพี่ได้เป็นอย่างดี ทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนทั้งในคณะและต่างคณะอย่างมากมาย กิจกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่จุดชนวนความคิดให้ผมสนใจที่จะเลืกทางเดินในการเรียนและการทำกิจกรรม
สิ่งที่เด่นชัดมากที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า จิตสาธารณะ ก็คือ การออกค่ายครั้งแรกกับชมรมครูอาสาและครั้งนั้นผมก็ได้เป็นอนุกรรมการของชมรมด้วย เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่อาจใช้คำว่า ผู้ให้อย่างแท้จริง เป็นการฝึกฝนตนเองในการออกไปเรียนรู้นอกรั้วมหาลัย ที่ไม่มีให้เรียนในตำรา ทำให้เรารู้จักการแบ่งปัน การเอื้อเฟื้อเพื่อสังคม โดยเฉพาะสังคมที่ด้อยโอกาส สังคมที่เด็กๆโหยหาความเอื้ออาทรณ์ จากใครหลายๆคน และผมก็เชื่อว่าคุณค่าชีวิตของการเป็นนิสิตไม่ใช่เฉพาะการตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเท่านั้นแต่การทำกิจกรรมก็มีความสำคัญพอกัน การเรียนและการทำกิจกรรมเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะทำควบคู่กัน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถหล่อหลอม กล่อมเกลาให้เราเป็นคนที่มีโลกทัศน์ ความคิดที่กว้างไกล เข้าใจสิ่งรอบตัวได้มากขึ้น มีความบริบูรณ์ก่อนที่จะออกไปช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความเจริญเพราะการทำกิจกรรมสอนให้เรารู้ว่าเรามิได้อยู่เพื่อตนเองเพียงคนเดียว
กิจกรรมการจัดหาทุนในการออกค่ายของนิสิต มมส. ที่มีความโดดเด่น ลงทุนน้อย ได้ผลกำไรมาก ก็คือ กิจกรรมดูหนังกลางแปลง ดังที่พี่แผ่นได้กล่าวไว้ เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อผู้คนทุกยุคทุกสมัย เพราะเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่สามารถเข้าถึงผู้เสพหรือผู้ดูได้ทุกเพศทุกวัย
การฉายภาพยนตร์กลางแปลงเป็นการทำสื่อโฆษณาประเภทหนึ่งซึ่งถ้าว่ากันไปแล้วถือว่าเป็นสื่อที่ใกล้ชิดผู้บริโภคในลักษณะเอื้อมมือถึงเสมือนหนึ่งการเคาะประตูบ้านบอกกล่าวเล่าขานจากสภาพสังคมของคนในต่างจังหวัด แต่ละชุมชน แต่ละอำเภอ หรือว่าจังหวัด นั่นคือกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายซึ่งคละเคล้าคนทุกระดับให้มารวมกันอยู่เป็นกลุ่มก้อน ณ สถานที่นั้นๆเราจึงสามารถสื่อกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครบถ้วนหมดจด
้ เราจะจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสสร้างความผูกพันธ์สร้างความสนิทสนมกับ "แบรนด์"ของเราให้ผู้บริโภคนึกถึงเราเมื่อเขามีความต้องการบริโภคสินค้าตัวนี้ เขาจะมีความมั่นใจในคุณภาพสินค้า"แบรนด์"นี้ชัยชนะเหนือ"แบรนด์"อื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่"ยาก"สำหรับเรา
อีกประการหนึ่่งหากจะย้อนมาพิจารณาถึงต้นทุนการลงทุนสื่อโฆษณาประเภทนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อประเภทนี้มี"ต้นทุน"ที่ต่ำที่สุด แต่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิดที่สุดและมีปริมาณมากที่สุดในการลงทุนแต่ละครั้ง แต่ละสถานที่เราเจาะได้ตรงเป้าที่สุด (นันทวันภาพยนตร์ จ. สุรินทร์) นี่คือรูปแบบกิจกรรมที่สามารถทำให้กลุ่มนิสิตชาวค่ายหารายได้ในการออกไปจัดกิจกรรมกับชุมชนอีกหนทางหนึ่ง ซึ่งยังคงยึดถือปฏิบัติต่อกันมา ถึงทุกวันนี้
หากมีโอกาสผมก็อยากกลับไปนั่งดูหนังกลางแปลงที่ ชาวค่าย มมส. จัดเหมือนกัน เพราะจะทำให้เราคิดถึง และได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆเหล่านั้นได้อย่างแจ่มชัดที่สุด หากว่ามีข่าวกิจกรรมดีๆ ที่น่าสนใจ พี่แผ่นดินก็แจ้ง ประชาสัมพันธ์ให้ทราบด้วยนะครับ...ท้ายสุดนี้ผมก็ขอให้พี่แผ่นดินมีความสุขกับการทำงานมากๆนะครับ
(การเรียนทำให้เรามีความรู้ในการทำงาน กิจกรรมทำให้เราทำงานเป็น)