เรียนคุณคนไม่มีราก
หลายท่านครับที่สงสัย เนื่องจากชื่อออกจะแปลกๆใช่มั๊ยครับ แต่จริงๆแล้วมีที่มาที่ไปดังนี้ครับ
ภาควิชาวาริชศาสตร์เดิมใช้ชื่อว่าภาควิชาชลทรัพยากรศาสตร์ (Aquatic Science) จัดตั้งขึ้นครั้งแรกควบคู่ไปกับโครงการจัดตั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520-2524) เริ่มดำเนินการโครงการจัดตั้งภาควิชาชลทรัพยากรศาสตร์ในปี พ.ศ. 2520 โดยมหาวิทยาลัยได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารโลก ในการว่าจ้างบริษัทจากประเทศอังกฤษมาเป็นผู้วางแผนการจัดตั้ง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2522 จึงเสนอขออนุมัติจัดตั้งโครงการและหลักสูตรชลทรัพยากรศาสตร์และเริ่มรับนักศึกษาเป็นครั้งแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ทบวงมหาวิทยาลัยรับรองหลักสูตร และขอเปลี่ยนชื่อเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวาริชศาสตร์ และทบวงฯ เสนอแนะให้เปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการจัดตั้งภาควิชาวาริชศาสตร์” เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อภาษาอังกฤษ เป็นโครงการใหม่ที่กำหนดในแผนการศึกษาและแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529)
ที่มา : http://natres.psu.ac.th/Department/AquaticScience/aquatic/index.php
สำหรับความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายไว้ว่า
วาริช, วารีช ความหมาย ดู วาริ, วารี. ก็คงจะหมายถึงน้ำ
พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร ได้ให้ความหมายไว้ว่า
วาริช, วารีช ความหมาย น. เกิดแต่นํ้า คือ บัว ปลา. (ป., ส.).
พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร
สรุปโดยรวมก็คงจะเป็นเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับน้ำครับ เมื่อคืนได้ชมรายการตาสว่าง เขาก็พาไปทัศนศึกษาสปาที่ใช้ปลาหมอสีช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว อันนี้ยังไม่มีในหลักสูตรครับ สงสัยต้องเสนอให้ทางคณะทำหลักสูตรเพิ่มเติมครับ นำภูมิปัญญาชาวบ้านมาสร้างอาชีพ คงจะดีนะครับ ผมจะไปเรียนต่ออีกสักรอบ ทำวิจัยหาชนิดปลาในเมืองไทยที่เหมาะสมกับการสปาด้วยวารีและปลาบำบัด คงมีความสุขน่าดูครับ ฟังจากที่พิธีกรเล่านะครับ
ขอบพระคุณครับ