ปรากฏว่าไปสอบสวนที่ตำบลที่เกิดของหญิงคนนี้ ไปดูทะเบียนเกิด มีจริง ๆ เมื่อประมาณสัก 100 ปีมาแล้ว ทะเบียนใบเกิดยังอยู่ ผู้หญิงคนนี้เกิดเมื่อ 100 ปีมาแล้ว ชื่อนางคนนี้ ชื่อนั้น สามีเป็นกรรมกรโรงงานทำถ่านหินแล้วก็ตายด้วยโรคนั้นๆ

แต่ว่าหาโบสถ์ที่ตั้งไม่อยู่ ปรากฏว่าโบสถ์นั้นถูกไฟไหม้แล้วก็เปลี่ยนใหม่ แล้วโบสถ์เก่าถูกไฟไหม้ไปและก็มีผู้มาเช่าทำที่ทางใหม่ ป่าช้านั้นก็ยังอยู่ สุสานนั้นก็ยังอยู่ นี่ข้อเท็จจริงอันนี้ก็เป็นการพิสูจน์ว่า ชาติก่อนมีจริง และการสะกดจิตนี้เป็นเหตุให้คนระลึกชาติได้ ถ้าหากว่าอยู่ในภาวะรับสะกดอย่างลึกซึ้ง อย่างนี้ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า ชาติอนุสรณญาณ ชาติอนุสรณญาณนี้ไม่ใช่ บุพเพนิวาสานุสติญาณ

อย่าปนกัน บุพเพนิวาสานุสติญาณนี้ ต้องเกิดด้วยอำนาจฌาน ฌานสมาบัติ จัดอยู่ในอภิญญา ฌานสมาบัติแล้วก็อยู่ในอภิญญาวิถี ถึงจะเกิดได้ บุพเพสิวาสานุสติญาณนั้น แล้วผู้ที่ได้บุพเพนิวาสานุสติญาณนี่ระลึกได้หลายร้อยชาติ ถ้ายิ่งเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วระลึกได้นับไม่ถ้วนชาติ พระปัจเจกพุทธเจ้าระลึกได้น้อยกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระอรหันต์ชั้มหาสาวกระลึกได้น้อยลงมาอีก

กระทั่งถึงพระอรหันต์ชั้นไม่ใช่มหาสาวก ชั้นธรรมดา แต่เป็นเจโตวิมุติ พร้อมด้วยฉฬภิญญา ก็ระลึกได้น้อยกว่าชั้นมหาสาวก คราวนี้ถ้าเป็นฤษีนอกศาสนาที่ได้อภิญญาวิถีจิตมาแล้วก็ระลึกได้น้อยลงมาอีกตามส่วน แต่ขนาดว่าน้อยแล้วก็ระลึกกันเป็นกัป ๆ ไม่ใช่ระลึกเพียง 10 – 20 ชาติ ระลึกกันได้เป็นกัปๆ 100 กัป เป็นแสน ๆ มหากัป คราวนี้ชาติอนุสรณญาณ ไม่ใช่บุพเพนิวาสานุสติญาณ ไม่ได้เกิดในอภิญญาวิถี แต่ว่าเกิดกับปุถุชน ปุถุชนธรรมดาอาจจะมีชาติอนุสรณญาณได้ ระลึกได้อย่างมากไม่เกิน 2 ชาติ

แต่ส่วนใหญ่แล้วระลึกได้มากเพียงชาติเดียว คือชาติที่แล้ว ชาติที่แล้วเท่านั้น ระลึกได้ อย่างผู้หญิงอังกฤษที่เล่านี่ ถูกระลึกด้วยอำนาจของการสะกด การสะกดนี่ถ้าจะว่าแล้วก็เป็นอิทธิวิธีอย่างหนึ่ง ท่านสงเคราะห์ว่า เป็นวิทยาธรอิทธิ อิทธิของพวกวิทยาธร เพราะว่าวิทยาธรคือผู้ทรงไว้ซึ่งวิทยาคุณ หมดสะกดจิตก็เป็นวิทยาธรประเภทหนึ่ง เป็นจิตตวิทยาธร เพราะฉะนั้นใช้อำนาจอิทธวิธีของเขา คือ อำนาจกระแสจิตของเขาสะกดหญิงคนนี้ให้ระลึกชาติได้

เพราะฉะนั้นชาติอนุสรณญาณเกิดได้จากเหตุปัจจัย 2 สถาน

สถานที่ 1 เกิดจากอำนาจสะกดของคนอื่นหรืออำนาจบันดาลของผู้ที่มีกระแสจิตสูงกว่า บันดาลให้เห็นไป อย่างองคุลีมาล องคุลีมาลตอนที่จะถูกพระพุทธเจ้าทรมานให้กลับใจมาเลื่อมใสพระพุทธเจ้าท่านสะกดองคุลีมาลให้ระลึกชาติ องคุลีมาลถูกสะกด ชาติก่อนองคุลีมาลเกิดเป็นพญายมราช แล้วก็เบื่อหน่ายเหลือเกิน อธิษฐานใจบอกว่าอย่าเลย การทำหน้าที่เป็นตุลาการพิพากษาบาปโทษของสัตว์นรกน่าเบื่อหน่าย ทำมาตั้งหลายร้อยหลายพันปีแล้ว ถ้ากระไรขอให้ชาติหน้าได้เกิดทันเฝ้าพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ให้ได้เฝ้าพระองค์ ให้ได้สดับธรรมของพระองค์ แล้วให้ได้รู้เห็นธรรมของพระองค์ด้วยเถิด

พญายมราชอธิษฐานอย่างนี้ พอหมดบุญลงไป ก็มาเกิดเป็นองคุลีมาล มาเกิดเป็น อหิงสกกุมาร เพราะฉะนั้น ตอนที่พระพุทธเจ้าทรมานองคุลีมาลในป่านั้น พระพุทธเจ้าได้เข้าสมาบัติแล้วก็สะกดองคุลีมาลให้องคุลีมาลระลึกชาติเก่าของตัวได้ว่า ชาติเก่าเราเกิดเป็นพญายมราช แล้วทำหน้าที่ตัดสินสัตว์นรกอย่างนั้น ๆ แล้วก็เบื่อหน่ายในหน้าที่ของตัว จนกระทั่งในที่สุดกลับมาเกิดเป็นตัวเรา ณ. บัดนี้ พอพระพุทธเจ้าคลายสะกด องคุลีมาลก็เลยเชื่อแล้ว บุญบาปมี เชื่อแล้ว นรกสวรรค์มีจริง แล้วเลิกเชื่ออเหตุกวาทะ อกิริยาวาทะ เกิดมีโลกียสัมมาทิฏฐิขึ้นในขณะนั้น พอพระพุทธเจ้าแสดงอนุปุพพิกถา องคุลีมาลก็ได้โลกุตตรสัมมาทิฏฐิ เป็นอรหันตบุคคลขึ้นในขณะนั้นเอง นี่เพราะฉะนั้นข้อแรกชาติอนุสรณญาณนั้นเกิดจากอำนาจสะกดของผู้มีฤทธิ์ทำให้เราระลึกชาติได้ ช้อที่ 1