ห้องเรียนคุณภาพ   

 

วัฒนา ก้อนเชื้อรัตน์ สพท.นม. 1 

13 กันยายน 2551

 

 

เป้าหมายหลักของการขับเคลื่อนการบริหารการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษา ทั้งประเภทที่ 1 และ 2     หมายความว่า มีการเปลี่ยนแปลงทุกสถานศึกษา ทุกขนาด ในเป้าหมายอันเดียวกัน คือห้องเรียน   สถานศึกษาควรศึกษาและกำหนดแนวทางดำเนินการพัฒนา ครูสู่การพัฒนาคุณภาพห้องเรียน

การนำการเปลี่ยนแปลงสู่คุณภาพห้องเรียน (Quality Classroom)

1. วัตถุประสงค์

            1.1 ครูสามารถพัฒนาตนเอง ด้านการออกแบบ และจัดการการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            1.2 ครูสามารถนำการเปลี่ยนแปลงได้

2. เป้าหมาย

            2.1 ครูทุกคนได้รับการพัฒนาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

            2.2 ครูมีแผนพัฒนาตนเองและสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างน้อยกลุ่มสาระละ 1 ชิ้นงาน ในระยะเวลา 1 ภาคเรียน ปีการศึกษา 2551

3. เนื้อหาสาระในการพัฒนาครู

            3.1 การนำการเปลี่ยนแปลงสู่ห้องเรียนคุณภาพ

            3.2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน

            3.3 การวิจัยในชั้นเรียน (CAR)

            3.4 การใช้ ICT เพื่อการสอนและสนับสนุนการสอน

            3.5 การสร้างวินัยเชิงบวก (Positive Discipline)

 

 

การสร้างวินัยเชิงบวก  เป็นวิธีการป้องกันพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์มีเหตุมาจากการกระทำที่ต้องการให้ผู้อื่นสนใจ อาจเกิดจากพันธุกรรม สภาพแวดล้อมทางสังคม หรือความต้องการทางจิตใจ เมื่อครูหรือผู้ปกครองต้องการหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ดังกล่าว ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการลงโทษ ซึ่งเป็นวิธีการที่เห็นผลได้เร็ว สามารถควบคุมพฤติกรรมได้ทันที แต่วิธีการลงโทษนี้จะไม่ได้ผลในระยะยาว วิธีควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อีกวิธีหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับการลงโทษ คือการสร้างวินัยเชิงบวก

     การลงโทษ คือ การกระทำต่อผู้อื่นที่ทำผิดระเบียบหรือมีความประพฤติไม่เหมาะสม ซึ่งการลงโทษจะมีผล 3 ทาง คือ ลงโทษต่อร่างกาย ลงโทษต่อจิตใจ ลงโทษต่อร่างกายและจิตใจ

     การสร้างวินัย คือ กระบวนการทำให้มีพฤติกรรม หรือแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์

ทางบวก คือ ใช้วิธีการประนีประนอม แบบมีส่วนร่วม มีผลดีในระยะยาว

ทางลบ คือ ใช้วิธีการรุนแรง ลงโทษ มีผลหยุดพฤติกรรมในระยะเวลาสั้นๆ

ห้องเรียนคุณภาพ   5  เคล็ดลับ* การจัดการเรียนรู้ให้สนุกสนาน

1. ให้นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วม (Involve Everyone)  นักเรียนบางคนถูกลืม เพราะพวกเขาไม่มีโอกาสได้พูดในชั้น ไม่เคยถูกเรียกหา และทำการบ้านไม่เสร็จ นี่เป็นสิ่งที่แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยการเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมของแต่ละคนและทุกคนในชั้น มันมีความสนุกสนานในการได้มีส่วนร่วมมากกว่าการให้นั่งอยู่กับที่ ถ้านักเรียนรู้สึกร่วมในงานที่เรียน เขาจะรู้สึกสนุกและงานสำเร็จ

2. ใช้การเรียนทั้งกาย (Involve the Entire Body)   การที่จะทำการเรียนรู้สนุกต้องให้เขาได้ใช้ทั้งร่างกาย ให้นักเรียนได้เคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ห้อง ได้เล่นเกมที่สนุก ถ้าคุณต้องการบรรยายก็ให้ใช้สัก 5 นาทีในการได้ยืนแล้วยกมือยกเท้า การเคลื่อนไหวรอบ ๆ เป็นเรื่องง่าย ๆ 

3. ใช้การเสริมแรงเชิงบวก (Positive Reinforcement)  เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งที่เพิ่มความสนุกให้แก่ชั้นเรียน คือการเสริมแรงทางบวก ชมแม้จะเป็นความดีเล็กน้อย ไม่สนใจพฤติกรรมที่ไม่ดี สร้างความสำเร็จให้นักเรียน มองในแง่บวกเสมอ หาทางออกให้ พวกเขาจะพบความสำเร็จได้มากกว่า ถ้าเด็ก ๆ มีความรู้สึกสบาย ๆ ไม่เครียด

4. ใช้วิธีการทำงานเป็นกลุ่ม (Working in Groups) การให้เด็กทำงานเป็นกลุ่มตามโครงงานเป็นที่สร้างความสนุกสนานให้แก่เด็ก ถ้าปล่อยให้เขาพูดคุยและหารือกันในกลุ่มเพื่อหาคำตอบ เด็ก ๆ ทำร่วมกัน 3 หรือ 4 คน ไม่เพียงแต่จะสนุกกับการเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดแล้ว แต่ยังได้เรียนรู้จากกันและกัน การเรียนรู้เป็นกลุ่มจึงเป็นการยิงนกสองตัวด้วยกระสุนนัดเดียว

5. ใช้วิธีการหลากหลายแปลกใหม่ (School Day Variety)    ไม่มีการเรียนใดจะสนุกหากมีการเรียนแบบเดิม ๆ วันแล้ววันเล่า ให้เปลี่ยนตารางและเพิ่มความแปลกใหม่ในชั้น นักเรียนต่างก็รักที่จะใช้ความพยายามกับสิ่งใหม่ ๆ จัดให้เด็กสามารถทำใบงานให้เสร็จในวันเดียว และวันต่อไปให้มีการศึกษาภาคนอกห้องเรียน การใช้สื่อต่าง ๆ มีสีสัน เคลื่อนไหวได้ เป็นสิ่งที่ดีในการสร้างความหลากหลาย มันช่วยให้นักเรียนได้ละเว้นจากการเรียนแบบเก่า ๆ

 

____________________________

 *แปลจาก 5 Secrets to  Making Learning Fun by Jennifer Berry)