มีชีวิต ทำงาน เรียนรู้มาระยะเวลาหนึ่ง ไม่นาน ด้วยสถานการณ์ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้์ กับตัวเอง และผู้คนในชนบท ผมบอกได้เลยว่า ได้ต่อสู้ตลอดเวลา
ก็เหมือนกับเป็นตัวเร่งให้เห็นความจริงในการอยู่มากขึ้นครับ ความสุขที่แท้จริงสำหรับคน ไม่มีอะไรที่แน่แท้ และยั่งยืนเท่ากับการมีสุขในใจ
ชีวิตหนึ่งเราเลือกอะไรได้ไม่มากนักหรอกครับ...หากเลือกได้ทุกคนคงเลือกให้ตัวเองได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
ด้วยความแตกต่างนี่เองครับ...ทำให้เป็นเงื่อนไขของความทุกข์ที่คนบอกว่าเป็นทุกข์จริงๆ
มันไม่ใช่....แท้จริงแล้ว แก่นของทุกข์อยู่ที่ใจ "อยู่ที่ใจ" ว่าเรามองสรรพสิ่งรอบตัวอย่างไร
เมื่อผมทำงานบนดอย วิถีชีวิตคนบนดอยพวกเขามีความสุขมาก บ้านเพิงเล็กๆ ไม่ค่อยแข็งแีรงเท่าไหร่...มีพ่อแม่ลูก ครอบครัวเล็กๆ กินอาหารธรรมชาติ พืชผักในป่า กินน้ำพริกที่อร่อยมากที่สุดมากกว่าที่ใดๆที่ผมเคยกิน ค่ำลงก็นั่งผิงไฟ เช้าก็ไปไร่
ที่นั่นมีความสุขโดยไม่ต้องพึ่งพาข้างนอกอะไรเลย ...
เป็นหนึ่งของวิถีที่ผมประทับใจ
เมื่อทำงานในองค์กร ผมเบื่อมากที่บางคนไม่ค่อยจริงใจให้กัน มุ่งผลประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่ มีวิธีแสวงหาความสุขที่เป็นความสุขชั่วคราว (ไม่แท้)ในที่สุดก็ทุกข์ด้วยปัจจัยเดิมๆอีก
เห็นวิถีแบบนี้วนเวียน น่าเบื่อหน่ายเสียจริง!!!
นั่นเป็นตัวอย่างของวิถี ๒ วิถีครับ
ผมอยากให้เห็นเรื่องของวิถีคิดของ ๒ วิถี ว่า "ความสุขอยู่ที่ใจ" ครับ
ผมให้กำลังใจคุณจันทร์เมามาย เช่นกัน
เมื่อคืนน้องหมอKMsabai โทรมาบอกว่าจะมีงานมหกรรมหนังสือที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เช่นกันครับ น่าจะเป็นปลายเดือน พย.นี้ ผมก็คงไม่พลาดครับ
ก็เป็นอีกทางเลือกของคนรักหนังสือ
เรียนรู้ไปด้วยกัน พัฒนาตนเอง ไปด้วยกันครับ
ขอบคุณครับผม