
เมื่อสักครู่นี้ เห็นภาพที่ป้าแดงโพสต์ไว้ที่บันทึก อคติ ที่ http://gotoknow.org/blog/barrierfree/218364 เลยขอบันทึกไว้ให้สมบูรณ์สักเล็กน้อย ถือเสียว่าเป็นการบรรยายภาพข้างบนนี้ละกันนะครับ
เมื่อเย็นของวันจันทร์ที่ ๖ ต.ค. ๒๕๕๑ สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่ได้จัดเลี้ยงส่งก่อนจำใจจำจากสถานสงเคราะห์ แน่นอนครับบรรยายกาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น อบอุ่นยิ่ง พี่ๆ น้องๆ อยู่กันพร้อมหน้า มีแขกจาก พมจ.ศรีสะเกษ และศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ มาร่วมด้วยหลายคน
วันนั้น ผู้ปกครองฯ ท่านให้โอวาท/ข้อคิดสั้นๆ ในการดำเนินชีวิตราชการว่าให้ "อดทนและตั้งใจ" ให้ไปขยายความเอาเอง ตามสไตล์ของท่านครับ ท่านมักจะกล่าวสั้นๆ อย่างนี้เสมอประสาคนไม่เรื่องมาก-ไม่มากเรื่อง
วันนั้น ผมพูดอะไรไปมากเหมือนกันครับ และมีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมบอกว่าผมอยู่ที่นี่ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเชียวครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามเลียนแบบผู้ปกครองฯแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ หรือถ้าจะว่ากันตรงๆ คือ พยายามแต่เมื่อครั้งบวชแล้วละครับ ที่พยายามเลียนแบบพระเถระเวลาฉันในบาตร
ผู้ปกครองฯปัญญา ทองดี เวลาทานข้าวจานข้าวท่านไม่เลอะครับ สังเกตและเลียนแบบมาตลอด แต่ยอมเพราะทำไม่ได้ (เพราะเหตุนั้น เวลามีงานเลี้ยงผมจึงนั่งไกลๆ เพราะผมกินจุและจานผมมักจะเลอะเทอะเสียด้วย (ฮา))
ไม่ต่างจากพระเถระผู้ทรงคุณแม้จะฉันในบาตร มีสารพัดอย่างในบาตรท่านแต่ก็ไม่เลอะเทอะ ลูกศิษย์ยังกินข้าวกันบาตรได้โดยไม่แฉะน้ำแกง
กระทั่งวันพฤหัสบดีที่ ๙ ต.ค. ๒๕๕๑ พี่ๆ น้องๆ ได้ตามมาส่งถึงที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และกลับไปในคืนวันนั้น
ก่อนจากลาเห็นน้ำตาของพี่ๆ ไหลยาวเป็นทาง ใช่แล้วครับเป็นพี่ๆ ที่ผมเคยดุด่าต่อว่านะแหละครับ และเมื่อรถของพี่ๆ น้องๆ ที่มาส่งคล้อยหลังลับตาไป น้ำตาผมก็ไหลยาวมาเป็นทางเช่นกัน
มิใช่เพราะเสียใจ มิใช่เพราะเสียดาย มิใช่เพราะต้องจากจร
หากแต่เป็นน้ำตาของความผูกพันที่ไหลออกมาเองครับ...