ขอบพระคุณ อ.ธนิตย์ อีกครั้งค่ะ

ขอบพระคุณอาจารย์ที่ยังติดตามอ่านบันทึกเรื่องหลักสูตรท้องถิ่นของเหมี่ยวอยู่ ที่จริงมันยังมีตอนที่ 3 อยู่นะคะ แต่ยังไม่ได้เขียนสักที มัวทำข้อมูลวิทยานิพนธ์เพลินเลย กะว่าตอนที่ 3 จะเขียนเรื่อง หลักสูตรท้องถิ่นค่ะ ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร หน้าตาเป็นอย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง อะไรที่ทำให้หลักสูตรท้องถิ่นต่างจากสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และหลักสูตรท้องถิ่น จะเปลี่ยนบทบาทของครูจากครูผู้รับ หรือครูผู้ถ่ายทอด เป็นครูผู้สร้าง (สร้างองค์ความรู้เอง) และพัฒนาวิชาชีพครูจากการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นได้อย่างไร สิ่งที่เป็นหลักสูตรแฝงของการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นนี้คืออะไร อยู่ที่ไหน มันจะมหัศจรรย์อย่างไรถ้านำ KM มาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น และอีกหลายเรื่องเลยค่ะที่อยากจะเขียน คงต้องทยอยปล่อยออกมา

จริงอย่างที่อาจารย์บอกค่ะ "ชื่อมันสำคัญไฉน" ตอนแรกก็คิดเหมือนอาจารย์ค่ะว่ามันไม่สำคัญ แต่จากการลงพื้นที่วิจัยใน 30 โรงเรียนของพิษณุโลก (นับว่าน้อยมาก)ก็พบว่า "มันสำคัญค่ะ" ตรงที่มีการตรวจ /ประเมินเข้ามาเกี่ยวข้องนี่แหละ โรงเรียนหลีกหนีไม่ได้ ครูต้องมีคำตอบสำหรับผู้ประเมิน ดังนั้นครูต้องรู้ว่า สิ่งที่ทำ/ที่โรงเรียนมี เป็นสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หรือหลักสูตรท้องถิ่น หรือว่ามีทั้ง 2 อย่าง (เช่น รร.จ่านกร้อง มีทั้งสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และหลักสูตรท้องถิ่น)ความลึก หรือการเรียนเจาะลึกเฉพาะจุดสำคัญมันแตกต่างกัน

ในมุมมองของนิสิตที่เรียนสาขาหลักสูตรและการสอน คงจะครบเวลา 10 ปีแล้วมั่งคะ ตั้งแต่หลักสูตร 2544 ถึงเวลาต้องเรียนแผนพัฒนาชาติ เปลี่ยนหลักสูตรชาติใหม่ จากวันประกาศใช้ จนกระทั่งวันนี้ ปี 2551 ก็ยังมีครูจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจหลักสูตร 2544 อย่างถ่องแท้ มีครูจำนวนไม่มากที่ศึกษาหลักสูตร 2544 หลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตรกลุ่มสาระฯ (หลักสูตรที่อยู่ใกล้ชิดกับครูที่สุด)อย่างจริงจังแล้วดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้บรรลุจุดหมายของหลักสูตร ไม่ทันที่ครูจะปรับเปลี่ยนกระบวนยุทธ ก็ถึงเวลาต้องเรียนรู้หลักสูตรใหม่ (เหมือนข้อบังคับใหม่)อีกครั้ง

แต่อย่างไรแล้วสิ่งที่คาดหวังก็คือ การเรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวนักเรียน ด้วยธรรมชาติของนักเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว และทรัพยากรต่างๆ ใกล้ตัวนักเรียนก็ยังเป็นสิ่งที่หลักสูตรชาติทุกฉบับได้เน้นและเจตนาให้ครูจัดการเรียนการสอนอย่างที่เด็กเป็น เชื่อมบริบทจริงกับความรู้ภายนอกอย่างเนียนที่สุด แม้ว่าโลกจะหมุน เศรษฐกิจจะพลิกผัน การเมืองจะแปรปวน ฝนจะไม่ตกตามฤดูกาล หรือ น้ำจะท่วมโลก หลักสูตรก็ยังคงต้องการ ความรู้ท้องถิ่นที่ปลูกลงสู่นักเรียนในชุมชนอยู่ดี

สุดท้ายขอบคุณสำหรับการติดตามและการแจ้งข่าวสารเรื่อง หลักสูตรฉบับใหม่นะคะ เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ