KM บ้านพรุ "โรงเรียนสวยด้วยมือเรา"

งานวิชาการเป็นงานหลัก หรือเป็นภารกิจหลักของสถานศึกษาที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ซึ่งมุ่งกระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปให้สถานศึกษาให้มากที่สุด ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้สถานศึกษาดำเนินการได้โดยอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารและการจัดการสามารถ พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตลอดจนการวัดผล ประเมินผล รวมทั้งการวัดปัจจัย เกื้อหนุนการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ชุมชน ท้องถิ่น ได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ

ปัญหาการบริหารงานในด้านวิชาการ อาจเป็นเพราะผลจากที่สถานศึกษาไม่ได้ให้ความสำคัญกับ ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 เท่าที่ควร ในการส่งเสริมให้ครู ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ จากสภาพการบริหารงานการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ผ่านมา ครูที่ทำการวิจัยส่วนใหญ่ ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย เพื่อมุ่งการปรับปรุงตำแหน่งของตนมากกว่าการพัฒนาประสิทธิภาพของงาน เมื่อบรรลุผลของตนแล้วมักจะไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์ วิจัยอีกต่อไป หรือจะเว้นระยะไปศึกษาวิเคราะห์ วิจัยอีกครั้ง เมื่อจะมีปรับปรุงตำแหน่งในครั้งต่อไป การศึกษาวิเคราะห์ วิจัยจึงขาดความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ สถานศึกษาไม่ได้มีการเสริมแรงหรือแรงจูงใจครูในการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ซึ่งจะเห็นได้จากครูที่จะดำเนินงานศึกษาวิเคราะห์ วิจัยต้องอาศัยงบประมาณของตนเอง ทั้งนี้อาจเนื่องจากทิศทางสนับสนุนการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ของสถานศึกษาไม่ชัดเจน สถานศึกษาไม่มีการรองรับสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อเป็นทุนอุดหนุนในการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ภายในสถานศึกษา และสถานศึกษาไม่มีการจัดหาทุนจากภายนอกหน่วยงาน เพื่อการศึกษาวิเคราะห์ วิจัยในสถานศึกษา จากปัญหาการบริหารงานการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ยังส่งผลกระทบให้สถานศึกษามีปัญหาในการบริหารงานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และการบริหารงานการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา ตามไปด้วย เนื่องจากการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาจะต้องอาศัยการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย อย่างเป็นระบบ ซึ่งสถานศึกษาต้องศึกษาวิเคราะห์เอกสารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 สาระแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย จากข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับสภาพปัญหา และความต้องการของสังคม ชุมชน และท้องถิ่น ต้องศึกษาวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และประเมินสถานภาพของสถานศึกษา ในการจัดทำโครงสร้างหลักสูตรและสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ การนำหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน บริหารจัดการการใช้หลักสูตร นิเทศ ติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตร เพื่อนำผลจากการศึกษาวิเคราะห์ วิจัยไปปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรตามความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาต้องส่งเสริมให้ครู ศึกษาวิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ให้แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อผลิต พัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนการจัดหา การใช้และการประเมินผลสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเห็นได้ว่าการส่งเสริมการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย เป็นการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานวิชาการในภาพรวมของสถานศึกษาทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวการจัดการศึกษาตามหมวด 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545อย่างแท้จริง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการประเมินคุณภาพทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติ มีระดับคุณภาพที่ไม่น่าพอใจ ผู้เรียนขาดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ รวมถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์และคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียนลดลง

ดังนั้น สถานศึกษาจึงควรจัดทำโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ในสถานศึกษา และถ้าสถานศึกษาและสถานศึกษาใกล้เคียงหรือทั้งอำเภอหรือทั้งจังหวัด ทั้งเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงทางการศึกษา ได้ร่วมมือกันดำเนินการช่วยเหลือกัน โดยจัดตั้งชมรมกลุ่มผู้สนใจการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย สามารถบริการครูได้อย่างทั่วถึง มีการจัดตั้งศูนย์บริการให้ความช่วยเหลือทางด้านการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย และด้านประเมินผลการวิจัยที่ชัดเจน มีศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน ที่จะส่งเสริมการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย อย่างต่อเนื่องและเพียงพอต่อความต้องการของครูและสถานศึกษา จะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการประเมินคุณภาพทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น ผู้เรียนมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ รวมถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์และคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียนดีขึ้น