ความเห็น 874159

ยุคมืดพระพุทธศาสนาในอินเดีย

เขียนเมื่อ 

พระพุทธศาสนาสมัยพระเจ้ากนิษกะ

เมื่อกษัตริย์วงศ์ ของพระเจ้าอโศกมหาราชเสื่อมอำนาจลง อินเดียก็เริ่มปั่นป่วน ชนชาติในทวีปเอเซีย ชื่อ ตาต ได้ยกทัพข้ามแม่น้ำสินธูเข้าไปหลายครั้ง มีการรบพุ่งกันหลายครั้งหลายคราว พระพุทธศาสนาที่อ่อนกำลังอยู่แล้วก็ยิ่งอ่อนกำลังลงอีก ต่อมาเกิดมีอาณาจักรขึ้นใหม่เรียกว่า กุษาณ กษัตริย์พระองค์แรกของวงศ์นี้คือ พระเจ้ากัทพิเสส หรือ กุชุล กะสะ กษัตริย์พระองค์นี้เป็นเผ่ากุษาณะ ซึ่งเป็นเผ่าหนึ่งของเผ่าง้วยจี ชนเผ่านี้เดิมได้อาศัยอยู่ในเตอรกีสตานของจีน (ปัจจุบันคือ มณฑล ซินเกียง)

ครั้นต่อมาพระเจ้ากนิษกะ กษัตริย์ในวงศ์กุษาณได้ขึ้นครองราชสมบัติ ตกราว พ.ศ. 621 – 643 กษัตริย์พระองค์นี้ทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก และได้แผ่เดชานุภาพไปในดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือโดยตลอด จนถึงแคว้นคันธาระ แคชเมียร์ สินธู และบางส่วนของมัธยมประเทศ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจราชศักดิ์ยิ่งใหญ่ เรียกกันว่าอโศกองค์ที่ 2

ในรัชสมัยของพระองค์นี้ พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานได้แผ่เข้าสู่เอเซียกลางและจีนอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง วรรณคดีพระพุทธศาสนาภาษาสันตกฤตได้เจริญขึ้นแทนภาษาบาลีมีพระภิกษุผู้ทรงความรู้เป็นจำนวนมาก เช่น ท่านปารศวะ ท่านอัศวโฆษ ท่านวสุมิตร เป็นต้น ท่านเหล่านี้ได้รจนาตำราพระพุทธศาสนาเป็นภาษาสันตกฤตเป็นจำนวนมาก ในด้านศิลปกรรมการแกะสลักแบบคันธาระซึ่งเป็นศิลปกรรมอันสวยงาม ก็ได้เจริญขึ้นอย่างสุดขีด ได้มีการสร้างพระพุทธรูป และพระโพธิสัตว์ขึ้น พระเจ้ากนิษกะได้รับสั่งให้สร้างวัด อาราม วิหาร พระสถูป และพระเจดีย์มากมาย พระเจดีย์องค์หนึ่งมีความสูง 400 ฟิต มีฐาน 5 ชั้น และฐานสูง 150 ฟิต

นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังได้โปรดให้ชุมนุมสงฆ์ทำสังคายนา ซึ่งมหายานถือว่าเป็นการทำสังคายนาครั้งที่ 4 (ฝ่ายเถรวาทไม่ได้ยอมรับสังคายนาครั้งนี้) ได้กระทำกันอยู่ที่เมืองชาลันธระในแคว้นแคชเมียร์ ปรากฏว่ามีพระภิกษุมาประชุมกันมากเกินไป จึงได้คัดเลือกเอาพระอรหันต์เพียง 499 รูปเท่านั้น ยังไม่ครบจำนวน 500 รูป ที่ประชุมได้ลงมติคัดเลือกเอาท่านวสุมิตรเข้าร่วมประชุมให้ครบจำนวน 500 รูป ซึ่งขณะนั้นท่านยังไม่ได้บรรลุอรหัตเพราะยังปรารถนาโพธิสัตวภูมิอยู่ ซึ่งครบจำนวน 500 รูปพอดี และได้เลือกท่านเป็นประธานของที่ประชุม