4.3 กรรมให้ผลตามนัยแห่งพระพุทธพจน์ กรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งในกระบวนการแห่งปฏิจจสมุปบาท ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อจำแนกส่วนในกระบวนการนั้นออกเป็นการ 3 วัฏฏะ คือ กิเลส กรรม และวิบาก หลักปฏิจจสมุปบาท แสดงถึงกระบวนการทำกรรม และการให้ผลของกรรมทั้งหมด เริ่มต้นแต่ตัวกิเลสอันเป็นตัวเหตุให้ทำกรรม จนถึงวิบากอันเป็นผลที่จะได้รับ เมื่อเข้าใจในหลักปฏิจจสมุปบาทดีแล้ว ก็จะเข้าใจในหลักกรรมชัดเจนไปด้วยอย่างไรก็ตาม มีจุดหรือนัยสำคัญบางประการที่ควรศึกษา เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดในเรื่องกรรม ซึ่งจะขอกล่าวดังต่อไปนี้

1. ตามหลักพุทธพจน์ว่า

“เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย บุคคลจึงปรุงแต่งกายสังขาร ....วจีสังขาร ...มโนสังขารขึ้นเองบ้าง... เนื่องจากตัวการอื่นบ้าง....โดยรู้ตัวบ้าง ....ไม่รู้ตัวบ้าง”

และพุทธพจน์ที่ปฏิเสธทฤษฎีที่ว่า สุขทุกข์ตนทำเองของพวกอัตตการวาทและทฤษฎีที่ว่า สุขทุกข์ตัวการอื่นทำของพวกประการวาท เป็นการย้ำให้เห็นกรรมในฐานะกระบวนการแห่งเหตุปัจจัย ตนเองก็ดี ผู้อื่นก็ดี จะมีส่วนเกี่ยวข้องแค่ไหน เพียงใด ย่อมต้องพิจารณาให้ถูกต้องตามกระบวนการแห่งเหตุปัจจัย ตนเองก็ดี ผู้อื่นก็ดี จะมีส่วนเกี่ยวข้องแค่ไหน เพียงใด ย่อมต้องพิจารณาให้ถูกต้องตามกระบวนการมิใช่ตัดสินให้ขาดลอยลงไปได้ง่าย ๆ

ตามพุทธพจน์ที่แสดงไว้ข้างต้นนี้ เป็นการกล่าวเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดสุดโต่ง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในเรื่องกรรมว่า อะไร ๆ ก็เป็นเพราะตนเองทำทั้งสิ้น จนเป็นสาเหตุให้เกิดมิจฉาทิฐิ ดังนี้...