4.การให้ผลของกรรม

กรรม คือ การกระทำ และที่เป็นกรรมที่สมบูรณ์นั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 อย่าง ดังกล่าวแล้ว ครั้นมีการกระทำตามองค์ประกอบเหล่านั้น กรรมย่อมให้ผล (วิบากกรรม)อย่างแน่นอน การให้ผลของกรรมตามหลักพุทธศาสนานั้น มีปรากฏอยู่ในที่หลายแห่งด้วยกัน ในที่นี้จะของยกมากล่าวตามนัยที่แสดงไว้ในที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

4.1 การให้ผลของกรรมตามนัยแห่งกุกกุโรวาทสูตร กรรมทั้ง 4 ชนิด มีการให้ผลแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของกรรมแต่ละชนิดนั้น ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

4.1.1 กรรมที่เป็นฝ่ายดำ คือ กรรมชั่ว (อกุศลกรรม) อันเกิดจากแรงกระตุ้นหรือแรงผลักดันจากเจตนาชั่ว ย่อมส่งผลให้ผู้กระทำได้รับความทุกข์ ความเดือดร้อน ประสบกับภัยวิบัติ อุปัทวเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย หลังจากสิ้นชีวิตไปแล้ว จะเกิดในภพที่เสวยผลกรรมที่เป็นทุกข์ หรือเกิดในอบายภูมิ 4 ได้แก่ เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต สัตว์นรก และอสุรกาย

4.1.2 กรรมที่เป็นฝ่ายขาว คือ กรรมดี (กุศลกรรม) อันเกิดจากแรงกระตุ้นหรือแรงผลักดันจากเจตนาดี ย่อมส่งผลให้ผู้กระทำได้รับความสุข ความเจริญในชีวิตหลังจากสิ้นชีวิตไปแล้ว จะไปเกิดเสวยผลดีในสุคติโลกสวรรค์

4.1.3 กรรมที่เป็นทั้งฝ่ายดำและฝ่ายขาว คือ กรรมที่มีวิบาก (ผล) เป็น ฝ่ายดำและฝ่ายขาว มีผลทั้งดำ (ชั่ว) ทั้งขาว (ดี) คือ ผลของกรรมที่ให้ผลทั้งสุขทั้งทุกข์พร้อม ๆ กันไป บุคคลจะประสบกับสมบัติและวิบัติพร้อม ๆ กันไป เช่น บุคคลหนึ่งถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 แล้วซื้อรถเก๋ง ขณะที่ขับรถไปตามถนน ก็ถูกรถคันอื่นชนจนได้รับอุบัติเหตุถึงกับขาหัก รถก็เสียหายยับเยิน ตนเองก็กลายเป็นคนพิการ เป็นต้น

4.1.4 กรรมที่ไม่ดำไม่ขาว คือ กรรมที่มีผลไม่ดำไม่ขาว ย่อมส่งผลให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด (นิพพาน) ย่อมเป็นไปเพื่อการสิ้นกรรม เพราะเป็นการกระทำที่เกิดจากเจตนาที่จะละทั้งกรรมดำ (ชั่ว) และกรรมขาว (ดี) ผู้ที่ละได้เช่นนี้ ย่อมพ้นจากทุกข์ภัยวิบัติทั้งปวงโดยสิ้นเชิง