2. กรรม 4 ชนิด ในกุกกุโรวาทสูตร มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ และในกรรมวรรคอังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต พระพุทธองค์ทรงจำแนกกรรมไว้ 4 ชนิดคือ
2.1 กรรมที่เป็นฝ่ายดำ (กรรมชั่ว)
2.2 กรรมที่เป็นฝ่ายขาว (กรรมดี)
2.3 กรรมที่เป็นทั้งฝ่ายดำและฝ่ายขาว
2.4 กรรมที่ไม่ดำไม่ขาว
2.1 กรรมที่เป็นฝ่ายดำ (กรรมชั่ว) มีวิบากเป็นฝ่ายดำ (ฝ่ายชั่ว) คือ อกุศลกรรมอันเกิดจากอกุศลเจตนา 3 ประเภท ได้แก่
2.1.1 กายทุจริต - การประพฤติชั่วทางกาย
2.1.2 วจีทุจริต - การประพฤติชั่วทางวาจา
2.1.3 มโนทุจริต - การประพฤติชั่วทางใจ
2.2 กรรมที่เป็นฝ่ายขาว (กรรมดี) มีวิบากเป็นฝ่ายขาว (ฝ่ายดี) คือ กุศลกรรมอันเกิดจากกุศลเจตนา 3 ประเภท ได้แก่
2.2.1 กายสุจริต - การประพฤติดีทางกาย
2.2.2 วจีสุจริต - การประพฤติดีทางวาจา
2.2.3 มโนสุจริต - การประพฤติดีทางใจ
2.3 กรรมที่เป็นทั้งฝ่ายดำและฝ่ายขาว มีวิบากเป็นฝ่ายดำและฝ่ายขาว (ฝ่ายชั่วผสมกับฝ่ายดี) คือ การกระทำทั้งดีและชั่ว อันเกิดจากกุศลเจตนาและอกุศลเจตนาในคราวเดียวกัน (ปะปนกันหรือติดต่อกัน) เช่น ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเลียบฝั่งคลองมา ขณะนั้นตาเหลือบมองเห็นหญิงสาวกำลังจะจมน้ำตาย จึงกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาจากน้ำ ขณะที่ชายหนุ่มได้สัมผัสกับร่างของหญิงสาวคนนั้น จิตก็เกิดพิศวาส จึงถือโอกาสจับโน่นคลำนี่ นี่ก็แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้มีเจตนาทั้ง 2 อย่างคือ กุศลเจตนาและอกุศลเจตนาที่เกิดขึ้นปะปนหรือติดต่อกัน
2.4 กรรมที่ไม่ดำไม่ขาว ไม่มีวิบากทั้งฝ่ายดำและฝ่ายขาว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม คือ การกระทำที่เกิดจากเจตนาที่จะละทั้งกรรมดำและกรรมขาว ซึ่งเป็นเจตนาก่อให้เกิดกรรมที่นำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์โดยสิ้นเชิง กรรมชนิดนี้ ได้แก่ มรรคมีองค์ 8