ความเห็น 873737

พรรณนาอนิสงส์แห่งปัญญาภาวนา

เขียนเมื่อ 

เมื่อเข้าเสวยผลแห่งธรรมที่ตนบรรลุเต็มที่แล้วคราวนี้ถึงคราวออก จะออกอย่างไร การออกมี ๒ อย่าง

๑. เพราะการเกิดขึ้น แห่งอนาคามิผลสำหรับพระอนาคามี

๒. เพราะการเกิดขึ้นแห่งอรหัตตผล สำหรับพระอรหันต์

เพราะขณะเข้านิโรธสมาบัตินั้น อนาคามิผล หรือ อรหันตผลระงับไปชั่วคราว (กถํ วุฏฺฐานนฺติ อนาคามิสฺส อานาคามิผลุปฺปตฺติยา อรหโต อรหตฺตุปฺติยาติ เอวํ เทฺวธา วุฏฐานํ โหติ)

เรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้เทียบดูวิสุทธิมรรคฉบับภาษาอังกฤษซึ่งท่านญาณโมลี ภิกฺขุ ชาวลังกา เป็นผู้แปลก็คงได้ความอย่างเดียวกัน ดังนี้

How does the emergence form it come about ? The emergence come about in two ways thus: by means of the fruition of non – return in the case of the Non-Returner, or by the fruition of Arahantship in the case of the Arahant คำแปลก็ทำนองเดียวกัน คือมีข้อความเหมือนกัน

เมื่อออกจากสมาบัติแล้ว จิตใจของท่านจะโน้มไปเอียงไปในพระนิพพาน น้อมไปในวิเวก

คนตายกับผู้เข้าสมาบัตินิโรธ

ข้อแตกต่างระหว่างคนตายและผู้เข้านิโรธสมาบัติก็คือ คนตายนั้น กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขารดับไออุ่นไม่มี อินทรีย์กระจาย และอายุสิ้น ส่วนผู้เข้านิโรธสมาบัติ แม้กายสังขารเป็นต้นจะดับ แต่อายุยังไม่สิ้นอินทรีย์ยังไม่กระจ่าย ไออุ่นยังมีอยู่

ความสามารถในการเข้านิโรธสมาบัติ เพื่อเสวยผลแห่งพระนิพพานอันเป็นสุขอย่างยิ่ง จัดเป็นอานิสงส์แห่งการเจริญอบรมปัญญาประการหนึ่ง

๔. สำเร็จเป็นอาหุเนยยบุคคล

เนื่องจากท่านผู้อบรมปัญญาด้วยดีตามที่กล่าวมาแล้ว ย่อมสามารถบรรลุอริยผลต่าง ๆ มีโสดาปัตติผล เป็นต้น ดังนั้นท่านจึงเป็นอาหุเนยยบุคคล ควรแก่ของบูชาของทำบุญ ของต้นรับ เป็นเนื้อนาบุญอันเยี่ยมของโลก

พระโสดาบัน นั้น ที่มีอินทรีย์อ่อนจะต้องเกิดอีกเพียง ๗ ชาติ เรียกว่า สัตตัขขัตตุปรมะ

ที่มีอินทรีย์ปานกลางจะเกิดอีก ๒-๖ ชาติ เรียก โกลังโกละ

ที่มีอินทรีย์แก่กล้าจะเกิดอีกเพียงชาติเดียว เรียกเอกพิธี คำว่า อินทรีย์ที่กล่าวถึงในที่นี้หมายถึงอินทรีย์มีศรัทธา และปัญญาเป็นต้น

พระอนาคามี ๕ จำพวก

ภูมิที่สูงกว่าโสดาบันและสกทาคามีขึ้นไป คือ อนาคามี (ผู้ไม่กลับมาอีก) ท่านแบ่งไว้ ๕ จำพวก

๑. อันตราปรินิพพายี หมายถึงท่านผู้เกิดในภพสุทธาวาส ยังมิทันถึงกลางอายุก็ปรินิพพาน

๒. อุปหัจจปรินิพพายี ท่านผู้ล่วงเลยกลางอายุไปแล้วจึงนิพพาน

๓. อสังขารปรินิพพายี ท่านผู้ทำมรรคเบื้องสูงให้เกิดขึ้น คืออรหันตตมรรคโดยง่าย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากเกินไป

๔. สสังขารปรินิพพายี ท่านผู้ทำมรรคเบื้องสูงให้เกิดขึ้น โดยต้องใช้ความพยายามมาก

๕ อุทธังโสโต - อกนิฏฺฐคามี ท่านผู้เลื่อนชั้นขึ้นไปจากภพที่ตนเกิดจนถึงภพอกนิฏฐะแล้วจึงนิพพาน

บุคคลผู้อบรมปัญญาจนสามารถทำลายกิเลสนานาชนิดได้สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่โสดาบัน จนถึงอรหันต์ขีณาสพสิ้นอาสวะทั้งมวล ชื่อได้ว่าสางรกชัฎสางความยุ่งเหยิงแห่งชีวิตต่างๆ เป็นผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

พรรณาอานิสงส์ แห่งการอบรมปัญญาจบเพียงเท่านี้

********************************************************************

ข้อมูลที่ใช้ในการเรียบเรียง : สาระสำคัญแห่ง วิสุทธิมรรค โดย วศิน อินทสระ