สาธุๆ เป็นคติธรรมที่ใช้ได้ดีมากๆ ในยุคปัจจุบันนี้ คนเราต้องมีคติธรรมนำชีวิตแบบนี้แหละ ถึงจะเจริญก้าวหน้า นับเป็นตัวอย่างที่ดีมาก

ในประเด็น พุทธภาษิตบทนี้ ที่แปลเหมือนๆกัน ส่วนตัวคิดว่าน่าจะไม่ถูกนะคับ เพราะไปอ่านเนื้อเรื่องดูแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง ที่เห็นสาวรูปร่างสวย แล้วเกิดอยากกอด อยากหอมขึ้นมาอันเป็นกิเลสในใจ พระพุทธเจ้ารู้วาระจิต ก็พอดีเทศน์สอนอยู่ เลยพูดขึ้นมาว่า

หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ปมาเทน น สํวเส มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน. " บุคคลไม่พึงเสพธรรมอันเลว, ไม่พึงอยู่ร่วม ด้วยความประมาท, ไม่พึงเสพความเห็นผิด ไม่พึง เป็นคนเจริญไปด้วยเรื่องทางโลกฯ

หรือจะแปลบทสุดท้ายเป็นบทสรุปเลยก็ได้ว่า ไม่พึงเป็นคนหมกมุ่นแต่เรื่องพันนั้น(เสพกามคุณ,ประมาท,มีความเห็นผิด)

เพราะคำว่า รกโลก ภาษาชาวบ้าน หมายถึงไม่มีประโยชน์ ขวางโลก ไม่ทำสิ่งอันใดเป็นการสร้างสรรค์ แต่ความหมายในทางธรรม โลก หมายถึงสิ่งที่ทำให้เราข้องอยู่ในวัฏฏะสงสาร คือการเวียนว่ายตาเกิด เช่น เรื่องทางเพศ ทางกามคุณอารมณ์ ชอบ ชัง มัวเมาประมาทลุ่มหลง ในลาภยศ สรรเสริญ และความเห็นผิด ฯ

จะเห็นได้ว่า คำว่า"โลก"คำเดียวกัน แต่มีความหมายแตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับเจตนาผู้สอนและคนที่จะสอน ซึ่งก็ได้แก่ พระพุทธเจ้า สอนพระภิกษุหนุ่ม ที่กำลังคิดอกุศลอยู่

จึงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจาก จะหมายถึง อย่ามีความคิดแบบโลกๆ หรือแบบชาวโลก