30 กันยายน 2551

ขอเพิ่มเติม ให้อีกนิดหนึ่งนะจ้ะ ว่าแบบแผนที่บอกไว้ นั้นมีร่ำเรียนกันมากว่า 50 ปีแล้วและปัจจุบันยังคงไม่พัฒนาไปไหน มากนัก

ในหลายมหาวิทยาลัย ยังคงใช้หลักสูตรทำนองนี้อยู่เรื่อยมา ปัญหาใหญ่ๆของ บรรณารักษ์ในปัจจุบัน คือ มีความเข้าใจในศาสตร์ต่างๆไม่ลึกซึ้ง

มากเพียงพอ จึงมักมีอุปสรรค ในการจัดหมู่ไม่ถุกต้องเท่าที่ควร และมีศักยภาพในการให้ หัวเรื่องไม่สมบูรณ์เท่าที่ เนื้อหาของสารสนเทศนั้นๆพึงมีได้ อุปสรรคสำคัญประการหนึ่ง คือ บรรณารักษ์เกือบจะ 97% ในประเทศไทย จะมีพื้นฐานความรู้ด้านศิลปศาสตร์ หรือ อักษรศาสตร์ดีพอใช้ แต่ไม่สันทัด หรือเข้าถึงศาสตร์ด้าน วิทยศาสตร์และเทคโนโลยีดีพอ จึงทำให้ การให้หมวดหมู่หลายหมวดหมู่สับสน หรือ ไม่สามารถกำหนดชื่อหัวเรื่อง ได้หลากหลายคุ้มค่ากับที่ สารสนเทศนั้นมีอยู่ ส่วนใหญ่จะ เรียกใช้คู่มือ ที่กำหนดมาให้แล้ว ถ้าไม่มีมาให้ก็ งงงวยหนักหน่อย และปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทสูงมากๆ การเรียกใช้ keyword ในการสืบค้น ทดแทน เลขเรียกหนังสือ ทดแทนหัวเรื่อง ทดแทนคำค้นชื่อเรื่อง ฯลฯ ผล คือ บรรณารักษ์จะ แสวงหาคำค้นเหล่านั้นได้อย่างยากลำบากมากๆยิ่ง ขอยกตัวอย่างให้ท่านลองอธิบายความแตกต่าง ของเนื้อเรื่องในหมวดหมู่ ธรณีวิทยา ปฐพีวิทยา ภูมิศาสตร์กายภาพ ดิน หิน อุตุนิยมวิทยา แตกต่างกันตรงไหนบ้าง ทำไมจึงต้อง

อยู่ในหมวดหมู่ที่ต่างกัน อย่าบอกว่า เพราะคู่มือ ดรรชนีบ่งบอกไว้ (มันง่ายเกินไป) อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่น่าสนใจ ว่าจะวิเคราะห์ให้อยู่ในหมวดหมู่ที่แตกต่างกันได้อย่างไร คือ หมวดหมู่สาขา โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ กับ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มีชื่อเรียกเหมือนกัน

งานของบรรณารักษ์ในปัจจุบัน ไม่ใช่บอกรายละเอียดของสารสนเทศ 8-12 บรรทัด เท่าที่เคยใช้ในบัตรรายการเท่านั้น เมื่อนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้แล้ว เราจะสามารถบรรจุรายละเอียดได้ถึง 25 บรรทัดและต่อเนื่องได้ไม่จำกัด แล้วบรรณารักษ์จะเอาอะไรมาใส่ไว้

สิ่งที่เราเรียกว่า OPAC นั้น จะต้องไม่บอกเพียงแค่ อยู่ที่ไหน อย่างไร จะต้องบอกได้อีกว่า มีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง จะมีรายละเอียดโดยสังเขปได้ไหม หรือ จะมีรายละเอียดแบบ fulltext ได้เลย หรือ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสาขาอื่นๆได้อีกอย่างไร แลจะเชื่อมต่อกับสิ่งที่เรียกว่า e-access ได้อย่างไรบ้าง นอกจากนั้น งานของบรรณารักษ์ จะต้อง วางแบบแผนของอนาคตในสังคมแห่งการเรียนรู้ ไว้ให้กับสังคมที่บรรณารักษ์-ห้องสมุดแห่งนั้นปฏิบัติการอยู่ ด้วยทรัพยากรสารสนเทศ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น อาจจะเรียกว่า เป็นกระบวนการหนึ่งของ

อนาคตศาสตร์(future science)และห้องสมุดที่มีชีวิต ที่จะต้องมีพัฒนาการเจริญเติบโตเพื่อ ให้มีทรัพยากรสารสนเทศ

สำหรับอนาคตของสังคมเสมอๆ

ยังมีปัญหาอีกมากมาย ที่สังคมการเรียนรู้ ของเราก้าวไปไกลมากแล้ว แต่หลักสูตรบรรณารักษ์ยังคง กระเตาะกระแตะ ไปอย่างเชื่องช้า

เช่น ปัญหาของ สารสนเทศอ้างอิง ที่กำลังแข่งขันกับ วิทยาการโทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ต ทำให้การสืบค้นรวดเร็วแม่นยำ ได้ไม่น้อยหน้าการสืบค้นด้วยมือคน และนี่คือ ศักยภาพของการตอบปัญหาช่วยการค้นคว้า ขอจบเท่านี้ก่อน ถ้ามีเวลาว่าง จะเขียนมาอีก