สวัสดีค่ะคุณ Giggy

ดีค่ะ อนุโมทนาในความเมตตา ถ้าคุณ Giggy เป็นคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ผู้เขียนจะสนับสนุนในความคิดของคุณ Giggy เต็มที่เลยค่ะ

ที่เขียนมาก็เห็นด้วยนะคะ ติดนิดเดียวคือว่า อย่าลืมว่า เราเองก็เป็นสัตว์เหมือนกันค่ะ เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้เช่นกัน เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน หรือพูดทางธรรมก็คือ....ทุกสรรพสิ่งล้วนมีกรรมเป็นของตน อยู่ในวงเดียวกันหมด มนุษย์ไม่ได้อยู่นอกวงนี้เลย

ส่วนข้อแตกต่างเรื่องการฆ่าตอนเป็นลูกหรือตอนโต ก็เกี่ยวกับเรื่องสืบพันธุ์นั่นเองค่ะ

ถ้าตายตั้งแต่ยังไม่สืบพันธุ์ ก็เป็นการลดจำนวรประชากรแบบไม่มีการทดแทน

ก็เหมือนกับทำไมถึงห้ามจับปลาไข่ ปูไข่ หรือ ห้ามใช้แหตาถี่จับลูกปลานั่นเองค่ะ

ในอ่าวไทยเราถึงไม่เหลือปลาก็เพราะเหตุนี้

ชาว Inuit เค้าก็มีธรรมเนียมมีกฎว่าไม่ให้แมวน้ำสูญพันธุ์นั่นเองค่ะ แบบนี้ฆ่าแม่ลูกอ่อนก็ผิดมากค่ะ ผิดไม่แพ้การฆ่าลูกแมวน้ำเลยค่ะ เป็นการทำลายจตัวเอง และ ทำลายโลกชัดๆ

อย่าลืมว่าแมวน้ำที่นั่นก็เหมือนไก่เหมือนปลาที่เราทาน ภูมิประเทศภูมิอากาศแต่ละที่ต่างกัน มีอะไรเป็นอาหารท้องถิ่นเค้าก็ทาน เช่น กวาง มูส นี่ก็เป็นอาหารท้องถิ่นเค้า

บ้านเราทานกบทานหนู (หรืิอแม้กระทั่งหมาในบางจังหวัด)ก็ไม่ต่างกัน

เรื่องนี้อยู่ที่"ใจ" สภาพของเจตนาขณะทำกรรมมากกว่าค่ะ ถ้าเราทานเค้าโดยที่ใจเราเต็มไปด้วยความขอบคุณที่เค้ามาเป็นอาหารให้เรามีชีวิต ก็ไม่น่าจะแย่ไปมากกว่าการที่เราทานแบบฟุ่มเฟือยหรือไปล่าสัตว์เอามันส์

แต่ถ้าคนไหนเป็นมังสวิรัติได้ ก็ยิ่งดีค่ะ ไม่ขัดเลย ได้บุญเพิ่มขึ้นไปอีก

ถ้าช่วย recycle ไม่ใช้ถุงหรือของใช้พลาสติก นั่งรถร่วม ยิ่งดีมากขึ้นไปอีก

เพราะแมวน้ำตายเพราะน้ำแข็งละลายมากกว่าที่ชาว Inuit ฆ่าอีกค่ะ

สนับสนุนค่ะ