สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูเพิ่งกลับมาจากวัดถ้ำเขาจีนค่ะ เมื่อเช้าตื่นขึ้นมา หนูเห็นภาพเด็กเพิ่งเกิด ใส่กางเกงสีขาว แล้วก็หายไป แล้วหนูก็เห็นขาสองขาโดนใครลาก พอเห็นภาพเต็ม ๆ มันกลายเป็นศพคนลากศพ แล้วเปลี่ยนชุดให้ใส่โลง หนูก็เลยตัดสินใจไปวัดดีกว่า ก็เลยตื่นแต่เช้าแล้วก็ไปตลาดกับแม่ ซื้อของไปวัดกัน หนูไปวัดก็สวดมนต์ทำวัตรเช้าตามที่พระท่านนำตามปกติ แล้วพระท่านก็ให้นั่งสมาธิ หนูหลับตาแล้วก็ไม่เห็นอะไรเลย แต่ก่อนจะเปิดตาขึ้นหนูเห็นเจ้าแม่กวนอิมอีกแล้ว แต่หนูว่าหนูตัดสินใจไม่ผิดหรอกน่ะค่ะอาจารย์ หนูคิดว่าการที่หนูมาทำบุญที่วัด ทำตามที่ใจหนูต้องการน่ะถูกแล้ว หนูไม่ควรในสิ่งที่หนูไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วอีกอย่างนึง การมาวัดทำบุญได้กรวดน้ำแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร มันดีกว่าการที่เราไม่มาวัดเพราะความกลัวในสิ่งที่เราได้ยิน หนูคิดว่ายิ่งหนูไม่ไปวัดไม่ทำบุญ ยิ่งเข้าทางพวกผี ยิ่งวันนี้ที่วัดเค้าพูดกันถึงเรื่องของน้องคนนึงที่ป่วยมาสองปีแล้ว ยิ่งตอนนี้เดินก็ไม่ได้ พูดก็ไม่ยอมพูด หาหมอมาเยอะมากแล้วหมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เค้าว่าน้องคนนี้โดนทางไสยศาสตร์ ก็เลยเป็นแบบนี้ ดีแล้วที่หนูยังเป็นคนที่มีจิตใจที่เข้มแข็งและยังบังคับตัวเองได้ หนูจะแผ่เมตตาให้พวกเค้าและก็จะไปวัดเหมือนเดิม เหมือนที่ทำมาตลอด 2 ปี ยังไงหนูก็จะนึกถึงผลตอนที่เราทำในขณะนั้น คือ ได้ไปวัดแล้วเราก็ได้ทำบุญไปด้วย จะได้ยินอะไรอีกมันก็ช่าง วันนี้หนูนั่งสมาธิอยู่หนูนึกเรื่องเอาไม้ท่อนมาคลึงให้เป็นแผ่นได้แล้วค่ะ จิตที่เป็นน้ำ อยู่ในแก้วมันก็กลายเป็นรูปแก้ว อยู่ที่ใดมันก็จะกลายเป็นรูปนั้น มันเป็นจิตที่สามารถเปลี่ยน นิ่งแต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาแล้วแต่สถานการณ์ที่จิตไปกระทบ การเอาไม้ท่อนไปคลึงให้เป็นแผ่นนั้นหนูเก็บมาคิดว่า มันทำได้ยังไง น้ำจะออกมาเป็นแผ่นได้ยังไง หนูกลับไปมองภาพที่อาจารย์ให้มาอีกครั้ง ภาพของพระ และน้ำมีลักษณะเป็นวงกระจายเพราะมีสิ่งมากระทบ ภาพนั้นคือน้ำที่ไม่นิ่ง หากน้ำนิ่งและไม่มีอะไรมากระทบจริง ๆ น้ำมันก็จะเป็นแผ่น การเอาไม้ท่อนมาคลึงให้เป็นแผ่นนั้นก็คือการปล่อยวาง ที่หนูเป็นทุกข์อยู่ตอนนี้เพราะหนูคิดมาก ทำไมหนูต้องเห็นทำไมคนอื่นไม่เห็น ทำไมหนูต้องได้ยินคนอื่นไม่เห็นจะได้ยิน ทำไมๆๆๆๆ หนูเป็นแบบนี้มา 2 ปีแล้ว จนหนูได้ยินคำนึงตอนไปวัดในความคิดของหนูเองว่า ภาพที่หนูเห็นเมื่อตอนเช้าก่อนจะมาวัด ทำไมตอนเกิดมาไม่มีเสื้อผ้าติดตัวมา แล้วก็มีคนใส่เสื้อผ้าให้เรา พอตอนตายไปก็มีคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เราอีก แม้ตอนเกิดมาก็ไม่มีอะไร พอตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่หนูบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรหรอก แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หนูยอมรับกับตัวเองว่า หนูยังมีความโกรธแค้นอยู่ในจิตใจหลายเรื่อง ทั้ง ๆ ที่หนูพยายามบอกตัวเองให้ยอมรับกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่หนูก็ไม่เคยทำมันได้เลย เพราะหนูคิดมาตลอดว่าคนอื่นเข้าใจผิด แล้วทำไมเราไม่ได้แกล้งทำ เราเป็นแบบนี้จริง ๆ ทำไมมันถึงต้องเป็นแบบนี้ หนูไม่เคยปล่อยวางมันเลย แม้หนูจะบอกว่าหนูจะทิ้งทุกอย่างเพราะหนูไม่ต้องการอะไร หนูอยากบวชชีก็จริง แต่หนูก็ไม่เคยทิ้งความโกรธแค้นไปได้เลย วันนี้หนูดีใจอย่างนึง ตรงที่หนูได้รักษาใจตัวเองได้อย่างนึง คือ หนูไม่โกรธในสิ่งที่ผ่านมาอีกแล้ว เราจะรู้ได้ด้วยตนเองว่าอะไรเป็นอะไร ในเมื่อเราไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ดีอย่างที่คนอื่นคิด เราก็ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ใครเชื่ออย่างที่เราต้องการให้เค้าเชื่อให้เค้าเข้าใจ หนูขอบคุณอาจารย์อีกครั้งนึงน่ะค่ะ ที่ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ ดีใจค่ะที่ได้ระบายไปบ้าง ก็หนูคิดคำถามอะไรก็ไม่รู้แปลก ๆ ถามตัวเอง แล้วก็ตอบเองอยู่แบบนี้ หลายครั้งแล้ว คุยกับพี่สาวเค้าก็ไม่เข้าใจ เพราะพี่สาวชอบดูทีวีมากกว่า อาจารย์อย่าเพิ่งเบื่อหนูน่ะค่ะ มีเพื่อนหนูคนนึงเมื่อก่อนก็คุยกับหนูดี ๆ นี่แหละ แต่เค้าบอกว่าหนูพูดจาไม่รู้เรื่อง เค้าก็บอกว่าหนูไม่ได้เป็นโรคจิตหรอก แต่เป็นโรคคิดมาก หนูก็เชื่ออย่างนั้นน่ะค่ะ แต่หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง หนูไม่รู้ว่าทำไมหนูถึงได้เปลี่ยนไปอย่างนี้ สมองหนูมันคิดๆๆๆๆ อย่างขณะที่หนูกำลังพิมพ์ข้อความนี้เพื่อเล่าเหตุการณ์ของวันนี้ให้อาจารย์ฟัง ในหัวหนูมันก็ได้ยินหรือคิดก็ไม่รู้ว่า คนเราต้องอยู่ด้วยความรัก หนูก็เลยถามต่อไปว่า แล้วทำไมเมื่อกี้หรือตลอดเวลาเราจำที่ในหนังสือสวดมนต์ได้ว่า ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์ แล้วหนูก็ตอบตัวเองอีกว่า ก็นั่นแหละ คนเราต้องอยู่ด้วยรักแต่ไม่ผูกพัน ความรักทำให้โลกนี้สงบสุข ที่มันไม่สงบสุขเพราะคนมันไม่รักกัน ความผูกพันต่างหากที่ทำให้เป็นทุกข์ ความรักคือสิ่งที่ดีงาม รักตัวเองก็ทำให้ตัวเองดีงาม รักคนอื่นก็ปรารถนาให้คนอื่นได้ดีงาม แต่เมื่อใดก็ตามที่เราปล่อยให้ความผูกพันเข้ามามันก็จะทำให้เกิดทุกข์ขึ้นทันที หรือที่เค้าเรียกว่าตัวกู ของกู นั่นแหละ อาจารย์ค่ะหากหนูมีเรื่องอะไรก็จะมาเล่าให้อาจารย์ฟังอีกน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าอาจารย์จะเบื่อรึเปล่า ขอบคุณน่ะค่ะ