ธรรมะอายุวัฒนะ...แด่...ท่านพลเดช วรฉัตร

            ชีวิตผ่านกาลเวลามา ณ บัดนี้ มากหลายขวบปีแล้ว คงประมาณว่า บวกอายุเจ้าชายน้อยแตง ตอม ไตร เต้ รวมกันแล้วนำมาคูณด้วย ๒ กระมัง!

หลายคนบอกว่าท่านแก่ แก่หือ...ไม่ได้ยิน! ว่าอะไรนะ! เพราะมองเส้นผม แต่สารถีบุญบอกว่าท่านยังหนุ่ม หนุ่ม อื้อ...เข้าท่า! ว่าอีกครั้งซิ! เพราะมองใบหน้าและหัวใจที่สงบเย็นลุ่มลึกยากที่ใครจะเข้าใจ นอกจากนมัสเต้เจ้าชายน้อย (องค์ ๔) เท่านั้น

อ๊ะ...สรุปแล้ว ท่านยังหนุ่มจริงๆ ช่างเป็นคนที่เกิดมาโชคดีนักหนา มีประสบการณ์จังหวะการเต้นของชีวิตที่มหัศจรรย์จริงๆ ท่านเคยบอกว่า ทุกสิ่งอย่างธรรมะจัดสรรปรุงอย่างเหมาะสมทั้งหน้าที่การงาน ครอบครัวและเครือญาติธรรมด้วย

วันนี้ก็เช่นกัน สามสิบ สิงหาคม สองห้าห้าหนึ่ง วียนมาอีกรอบแล้ว รอบเท่าไรถามท่านเองละกัน ก่อนจะถามก็ดูเวลาด้วยละกัน เดี๋ยวจะหาว่า...สารถีบุญไม่เตือน (ฮา)

            หากว่า พวกเราสหายธรรมอยากมีความสุขสบายๆ แบบท่านพลเดชคนหนุ่ม หละก็...ให้ปฏิบัติตามหลักเจริญอายุ ธรรมะเสริมสุขภาพ ๕ รู้ สารถีบุญขอเขียนและนำส่งตรงถึงบ้านให้ผู้ปฏิบัติตามพุทธธรรมมีอายุยั่งยืนตามนี้ (นะจ๊ะ)

๑.  รู้จักทำตัวให้สบาย  แต่ละวันหัดทำอะไรให้สบายๆๆ แบบเบิร์ดๆๆ ซะบ้าง มนุษย์เกิดมา เพื่อแสวงหาความสุข ไม่ใช่เกิดเพื่อมีทุกข์ ทุกข์มีไว้ให้เห็น ไม่ใช่มีไว้สำหรับเป็น อย่าเป็นนะ เดี๋ยวมันทุกข์ หลวงปู่ชาบอกว่า ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์ยืดเพราะอยาก ทุกข์มากเพราะพลอย ทุกข์น้อยเพราะหยุด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย พิจารณาทีละตัวทุกข์มันมีเหตุกะผลอยู่ร่วมกัน ถ้าเห็นทุกข์แล้วรีบเปลี่ยนเป็นสุขด่วน! การทำตัวให้สบายๆ กับสิ่งที่เราเห็น เป็น อยู่...ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง จับมือซ้ายขวาแสดงความยินดีกับตนเองบ้าง...นั่นหละคือวิตามินเสริมอายุที่แท้

๒. รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย อันนี้ก็ไม่ยากเช่นกัน สิ่งแวดล้อมและปัจจัยสี่รอบๆ ข้างตัวเรา หัดรู้จักคุณค่าแท้ แยกคุณค่าเทียม อย่าตกเป็นทาสวัตถุนิยม จนเงยหน้ามองกระจก แล้วแก้โจทย์แก่ตนเองไม่ได้ หัดทำเช่นนี้เรื่อยๆ เป็นชีวิตจิตใจ รับรองชีวิตไม่ตกรุ่น หนุ่มไม่รู้แก่แน่ๆ และรู้จักอัพเดทความพอใจ ความพอเพียง ความพอดีกับการก้าวย่างของตนเองบ้าง บางทีชีวิตที่ไม่ยึดติดกับอะไรมากนัก...อาจเป็นความสุขที่สบายๆ ก็ได้ แค่ปล่อยก็ลอยตัวหละ

๓. รู้จักบริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย ร่างกายและจิตใจคนเรา ไม่เคยหยุดพักการทำงานแม้เพียงเศษเสี้ยววินาที ทุกอย่างทำงานกันอย่างสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว การรู้จักสิ่งที่ย่อยง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารปรุง อาหารป้อนก็จะเป็นการดีช่วยเสริมศักยภาพแก่ร่างกายด้วย ที่มนุษย์มีปัญหากันทุกวันนี้ เพราะหลงตามรสลิ้น กินตามความสเปคตัณหา หากินตามสเปคปัญญาไม่หัดกินง่าย อยู่ง่าย เข้าใจมนุษย์ ทำแค่นี้...สิ้นสุดปัญหาแน่ๆ

๔. รู้จักกาลเวลา การรู้จักเวลาเป็นสิ่งสำคัญเสมอ กินเป็นเวลา นอนเป็นเวลา ทำงานเป็นเวลา เที่ยวเป็นเวลา ช๊อปปิ้งเป็นเวลา เวลาเป็นสมุนไพรที่จะยืดอายุยืน หัดทำความเข้าใจกับเวลาบ่อยๆ วันหนึ่งเมื่อถึงเวลา...เราก็จะเข้าใจ เวลานั้น ดังคำโบราณว่า เวลาและวารี มิได้มีจะคอยใคร รถเมล์และเรือไฟ ก็ต้องไปตามกาลเวลา มัวโอ้เอ้อืดอาด มักจะพลาดปรารถนา สุดท้าย! อนิจจา...เราเช้าไป ฉะนั้น อย่ากังวลกับอดีต อย่าเพ้อฝันถึงอนาคต ฝึกจิตให้จ่อจดกับปัจจุบัน...เพราะทุกอย่าง มันไม่แน่ ‘not for sure’

๕. รู้จักถือพรหมจรรยนำธรรมะมาปฏิบัติที่ลมหายใจ ยกวัดมาไว้ที่ทำงานที่บ้านของตนเองบ้างก็ดี เพราะการถือพรหมจรรย์ก็คือการทำหน้าที่ให้ถูกต้องตามหลักศีลธรรมและจริยธรรมนั่นเอง ข้อนี้ปฏิบัติไม่ยาก ที่ยากคือลงมือปฏิบัติพระท่านบอกว่า ธรรมะให้ปฏิบัติข้างใน วินัยให้ปฏิบัติข้างนอก ปฏิบัติเท่านี้ ถือพรหมจรรย์แค่นี้...ชีวีก็เป็นสุขแล้ว

เขียนจากใจ ฝากไว้เป็นธรรมะเสริมอายุวัฒนะ แด่ท่านพลเดช และเป็นธรรมทานแด่สหายธรรม เนื่องในวันเกิดที่เวียนมาครบรอบอีกหน ปีนี้เราก็ได้ล้ออายุกันและกัน คือ การฝากความดีส่งความสุขผ่านเส้นอักษรป้อนเป็นอาหารใจแก่ท่านพลเดช เป็นความสุขที่อ่านแล้ว มันสุขใจ ก็ขอให้เทพคุ้มครอง บุญปกป้อง ธรรมะรักษา อายุมั่นขวัญยืนหมื่นๆ ปี จงมีแด่ท่านพลเดชและครอบครัวตลอดกาลฯ

เอวังฯ ก็มีด้วยประการฉะนี้

 

สารถีบุญ