(ต่อ)

หลังจากอ้ายเหวงโวยวาย...ทุกคนตื่นหมด...ไม่มีใครนอนต่อ..ความง่วงหายไปหมด...สถานการณ์ในรถตู้..เริ่มเครียดอีกครั้ง...ฝนซาเม็ดลงไปแล้ว...อากาศเย็นจนรู้สึกได้...ข้างนอกยังมืดสนิทเหมือนเดิม....อีกทั้งไม่มีเสียง.อื่นให้ได้ยิน...นอกจากเสียงฝนที่ตก พรำๆๆ ........

ผมรู้ตัวอยู่แล้วว่าพวกเราจะต้องโดนอะไร....เพราะโกดังเก็บศพ...เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด....แต่ยังไม่อยากพูด..ให้คนในรถไม่สบายใจ....เอาไฟฉายส่องดูเวลาอีกครั้ง...ประมาณ...5 ทุ่มครึ่ง....

ฝนที่ตกพรำๆ เริ่มขาดเม็ด...และหยุดสนิท... หยุดจนเงียบสงัด.....มีแต่เสียง...ขยับตัวไปมาของคนอยู่ในรถ....ทุกคนเริ่มขยับจากที่เดิมมารวมเป็นกลุ่มเดียวกัน......ยังไม่ทันได้คุยอะไรกัน....

กลิ่นธูปจาง.ๆลอย.มาแตะที่ปลายจมูก....ผมได้กลิ่นแต่ยังไม่แน่ใจ...จะหันไปหาลุงบุญ ...เห็นแกกำลังปีนจากที่นั่งทางด้านหน้าที่แกนอนอยู่เดิม มายังที่พวกเรานั่งอยู่รวมกัน.....

“..ที่วัดนี่แรง เอาเรื่อง.กลิ่นธูป.มาก่อนแล้ว...ทุกคนได้กลิ่นหรือเปล่า ????” พอมาถึง แกกระซิบถามผม....เสียงสั่นๆ..ทุกคนที่นั่งอยู่ด้วย..พูดตรงกันว่าได้กลิ่น...

จากกลิ่นจางๆๆตอนนี้เริ่มฉุนมากขึ้น..จนเหมือนคนเอาธูปเป็นกำ. .มาจุดอยู่รอบรถ....จากกลิ่น.ตามมาด้วยเสียง...ปี่..เสียงระนาด..แว่วๆๆมา...ฟังไม่ออกว่ามาจากทางไหน... จากเสียงเบา.ๆ และ..เริ่มดังขึ้น.ๆ.....จนได้ยินชัด..เต็มสองรูหู....

เรายังไม่อยากเปิดไฟในรถ..ยังไงอยู่มืดๆในรถ....อบอุ่นใจกว่า...เสียงใครคนหนึ่งพูดขึ้นว่า. “ เสียง..ดนตรี.มาจากศาลาวัด.แน่นอน..”. ผมก็คิดเหมือนกัน....แต่เสียงมันเย็นๆยานๆอย่างไงไม่รู้....ไม่มีชีวิตชีวา..เสียงเนิบๆ...เหมือนคนเล่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว.... . พวกเรามีความรู้สึกว่า...บริเวณวัดนี้เหมือนมีงานอะไรซักอย่าง...และมีคนมาร่วมงาน...ไม่ใช่มีแต่พวกเราในรถตู้อย่างเดียวดาย...ความรู้สึกเป็นอย่างนั้น จริงๆ....

“เอา ไงดี ลุงบุญ.” ผมพูดเบาๆกับแก. .เพราะเห็นว่ามีอาวุโส..และน่าจะผ่านเรื่องแบบนี้มาบ้าง..!!!..

ยังไม่ทันจะตอบอะไร.....มาอีกแล้ว...คราวนี้..กลิ่นฉุนกึกเลย.....เป็นกลิ่น.เผาศพชัดเลยๆ...เหม็นเขียว...อบอวนไปทั่วรถ...

“ ไม่ไหวแล้ว..แรงจริงๆๆ..ต้องออกไปจากที่นี่..ให้ได้เร็วที่สุด..ต้องช่วยกันครับ..”...ลุงบุญ..พูดเสียงแข็ง..ประเภทหมูไม่กลัวน้ำร้อน....

“คุณขับรถได้ไหม..ไปนั่งที่คนขับ เลย...ที่เหลือลงมากับผม..ช่วยกันยก...”.... ไม่ต้องรอคำตอบแกดันหลังให้ผมปีนไปที่นั่งคนขับ....พรรคพวกไม่มีใครพูดอะไร รีบเดินตามลุงบุญ ไปเปิดประตูด้านข้างรถ.เดินลงไปด้านนอกรถทันที.....

เดินเกาะกันเป็นกลุ่ม...ไปที่ล้อที่ติดหล่ม...พอให้สัญญาณผมติดเครื่องรถ..ใส่เกียร์ถอยหลัง....

เอ้า..ๆ..เอาเลย...เสียงลั่น...ในความมืด...รถเลื่อนโยนไปข้างหน้า......พอไหลเลื่อนกลับ...ผมปล่อยครัช...เหยียบคันเร่ง...สุดแรง.....ตัวรถกระโจนเหมือนม้าพยศ...ท้ายกระดอนขึ้นเหนือดิน..ผมแทบตกจากเบาะนั่ง..ดีที่มือจับพวกมาลัยไว้แน่น.....

รถตั้งลำขึ้นมาได้แล้ว...ไม่มีใครสั่ง..ลุงบุญ วิ่งมาที่ประตูด้านคนขับ...คนอื่นวิ่งเข้ามาประตูด้านข้าง..แข้งขาเปียกโคลน.เลอะเทอะ..ไม่มีใครใส่ใจ...ส่วนผมปีนจากที่นั่งคนขับมาอยู่ที่เบาะหลังตามเดิม...

“ใจเย็นๆ ...นะลุง ไม่ต้องรีบ...ใจเย็นๆ”...ผมชะโงกหน้าบอกแก...เดี๋ยวตกหลุมลงไปอีกจะยุ่ง....

เหมือนไล่ส่ง...ทั้งกลิ่น..ทั้งเสียง...รอบๆบริเวณ..กระหึ่ม....อย่างรุนแรงกว่าเดิม...

ลุงบุญ เปิดไฟหน้ารถ...ขยับรถให้ตรงทาง.....รถเคลื่อนตัวออกจากจุดที่ติดหล่ม...ค่อยๆลัดเลาะตามเส้นทางเพื่อออกจากวัดนี้...ช่วงผ่านศาลาวัด...ผมอดที่จะมองไปที่ศาลาไม่ได้....ยังมือบอนเอาไปฉายส่องขึ้นไป.....บรื๋อ.....เงาดำๆของคนเต็มศาลาวัด!!..........สวัสดี