(ต่อ)

เสียงลมกระทบกิ่งไม้...ดังซ่าไปทั่วบริเวณ....ดังสนั่นในความมืด...ซึ่งตอนนี้มืดสนิท...มองหน้ากันไม่เห็นแล้ว...หันมองไปทางไหน...พบแต่ความมืดดำไปหมด....

(ต่อ คืนสยองขวัญบนรถตู้)

เสียง ฟ้าร้องครวญคราง...ระงม..เหมือนเสียงอยู่บนหัว...ฟ้าแลบแปลบปล๊าบ...วิ่งเป็นเส้นเหมือนรากไม้เรืองแสง....บนแผ่นฟ้า...ฟ้าแลบแต่ละครั้ง...จะนำแสงสว่าง..ลงมาเป็นช่วงๆ..เป็นไฟกระพริบ ..ของธรรมชาติ..แทนที่จะดูสวยงาน...แต่ยามนี้มันดูน่ากลัว....เสียงหรีดหริ่งเรไร.....ดังกระหึ่มขึ้นมา....เหมือนเปิดเครื่องเสียงขนาดใหญ่...ดังก้องไปทั่วบริเวณ....

“ขึ้นรถกลับ กัน เถอะ ไม่ไหวแล้ว” ผมตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงลม และเสียงใบไม้ ที่ดังกระหึ่ม อยู่รอบตัว...

ไม่มีใครคัดค้าน ต่างรีบกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ตามมาติดๆ..คือเสียง ซ่า...ของฝนที่ซัดลงมา...เป็นสาย กระทบหลังคารถ ดังกราว...พร้อมเสียงลม เอื้ออึง...กระแทกรถเป็นช่วงๆ ทุกคนเงียบกริบ...ไม่มีใครเอ่ยคำพูดอะไรออกจากปาก...

ลุงบุญ บิดกุญแจ เสียงเครื่องยนต์ดังก้องในความมืด. พร้อมแสงไฟหน้ารถสว่าง จ้า พุ่งเป็นลำแสงไปข้างหน้า มองเห็นเม็ดฝนนับร้อยนับพัน ตัดกับแสงไฟ

“ ต้องขับเลย ไปกลับรถด้านหน้า ถนนมันแคบ ตีวงตรงนี้ไม่ได้” ลุงบุญพูดในความมืด พร้อมรถเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าอย่าง ช้าๆ ขับมาได้ประมาณ 30 เมตรแลเห็นพอมีช่องด้านหน้าขวามือ พื้นที่กว้างพอที่จะกลับรถได้...

ลุงบุญ หักพวกมาลัย หันหัวรถ เข้าที่ว่างขวามือ เต็มคัน แล้วเบรก..ปลดเกียร์ เตรียมถอยหลังกลับรถ....!!

“ ลุง ลุง ข้างหน้านั่น เป็นอะไร เหรอคับ ?” อ้ายเหวงถามลุงบุญ เบาๆๆ ผม มองตามลำแสงไฟไป ความสว่างจากแสงไฟ จับไปที่ ฐานสี่เหลี่ยมคอนกรีต บนฐานมีแท่งปูนสองแท่ง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งเป็นคู่ขนานห่างกันประมาณ 2 ศอก มีหลังคาสูงมุงอยู่ด้านบน มีเสาสี่ต้นค้ำอยู่...ถัดไปไม่มาก มองเห็นเป็นเหมือนโกดังเก็บของ ด้านหน้าเป็นประตู บานใหญ่เปิดอ้า.มองเห็นด้านใน..

ทุกคนในรถมองเห็นเหมือนผม !! .ผมกลืนน้ำลาย..ลงคออย่างยากเย็น ..!! ในโกดังคือโลงศพเรียงซ้อนกันเป็นกองสูงท่วมหัว ฝาโลงวางอยู่เกะกะไม่เป็นระเบียบ...

อี ขรรค์ชัยยื่นหน้ามา กระซิบ ผม “โกดังเก็บศพ กับที่ เผาศพ” ...ผมไม่ยอมพูดอะไรกับมัน..ได้แต่นึกเพียงว่าให้ไปให้พ้นจากตรงนี้โดยเร็ว ฟ้าคำรามสนั่น เหมือนรับรู้. .แสงจากสายฟ้า .สว่างวาบ...ทาบลงมา แยกความมืดออกไปชั่วประเดี๋ยว .ฝนก็ยังกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา......

แต่เหมือน นรกแกล้ง..!!!

ลุงบุญ .ถอยรถไป...ช้าๆ..เนิบๆๆ...ด้วยความระมัดระวังเพราะข้างนอกมืดสนิท ผมเกร็งขาด้วยความตื่นเต้น อยากออกไปจากที่นี้เร็วๆ ภาวนาอยู่ในใจขอให้กลับออกไปอย่างราบรื่น .อย่าให้มีอุปสรรคมาขวาง.. ...

รถถอยออกมาได้ครึ่งคัน..ซักพัก .ผมมีความรู้สึกว่า ..ล้อหลังด้านซ้ายมือ..เอียงวูบต่ำลง.......

ผมใจหายวาบ..ตายละ..!!! รถเป็นอะไรหรือเปล่า ???... เพี้ยงอย่ามาเป็นอะไรตอนนี้เลย....เจ้าประคู๊ณ....!!!

.

.เสียงรถ..เบิ้ล.. เร่งเครื่อง..ดังขึ้นแรงกว่าเดิม..ล้อรถตะกุยดิน..เศษดินกระทบใต้ท้องรถ จบคนในรถรู้สึกได้ รถโยกไปข้างหน้าหน่อยเดียวแต่ก็ไหลกลับมาอย่างเก่า .เป็นอย่างนี้อยู่ 3 – 4 ครั้ง....แต่ทุกครั้งก็เหมือนเดิม คือรถยังขยับไปไหนไม่ได้ .ทุกคนนั่งไม่ติดเบาะ...ลุกขึ้นยืน...พูด.... ถามกันวุ่นวาย..ดังลั่นรถฟังไม่ได้ศัพท์....

ผมได้สติก่อนใคร “ลุงรถ ติดหล่ม หรือเปล่า ???”....ถามไปยังงั้น...เพราะรู้อยู่แล้วว่าอะไร...เป็นอะไร....

เสียงลุงบุญ..ตอบกลับมาไม่ค่อยเต็มเสียง “ เดี๋ยว ผมจะลงไปดู ไม่รู้ลงลึก หรือเปล่า” แกฉวยไฟฉาย...เปิดประตูลงจากรถไป พวกเราอยู่ในรถได้แต่มองแกทางหน้าต่าง .เห็นแต่แสงไปฉายสาดไปมา.....

ซักพัก แกเปิดประตูรถเข้ามาพูดเสียงไม่ค่อยดี “..ลงเกือบมิดล้อ...ดินก็เหลวมาก เพราะโดนน้ำฝน เป็นหลุมใหญ่ เบ่อเริ่ม ลำบากครับ ลำบาก” ....พร้อมเอื้อมมือเปิดไฟในตัวรถ.สภาพของแกเปียกโชกไปหมด... “มีทางเดียว ต้องเอารถไถนา มาลาก ..แต่ตอนนี้ จะไปหาใคร.???”...เสียงปลงตก..

ผมก้มมอง ดูนาฬิกามองที่ข้อมือ แค่ ทุ่มเศษๆ.....มันมืดอย่างกับเที่ยงคืน .มองไปรอบๆมีแต่ความมืด ... อย่าว่าแต่รถไถเลยคนซักคนก็ไม่เห็น แล้วจะไปหาใคร .ฟ้าก็รั่วแบบนี้....และที่สำคัญ ต้องเดินไปหา .คิดแล้วเสียวสันหลังวูบ....สภาพการณ์แบบนี้.. ใครจะรับอาสา...???..

ลุงบุญ..เอาผ้าขาวม้า เช็ดหัว เช็ดตัวที่เปียกโชก.พร้อมกับ.เปลี่ยน เสื้อ กางเกงใหม่.....แกเปลี่ยนด้วยความชำนาญทั้งๆที่นั่งอยู่ที่เบาะคนขับ....

ดูท่าทางแกสบายตัวขึ้น..... “ ผมว่า..ยาก นะที่จะเอารถขึ้นในคืนนี้ ยังไงคงต้อง รอให้เช้าเสียก่อน คืนนี้ต้องค้างที่ นี่..” ลุงบุญ พูด เป็นงานเป็นการ .แกยังบอกอีกว่า “เลือกเอา..จะนอนกันในรถ หรือจะไปนอนที่ศาลาวัด...”