สวัสดีครับ พี่ขจิต
เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันนำหน้าปัญญาของคนเราครับ ยิ่งเทคโลยีที่เนื่องมาจากอินเตอร์เน็ตนี้ แม้จะมีคุณูปการณ์มากมาย แต่ก็พ่วงมากับความเลวร้ายอย่างร้ายกาจ
มันทำให้เราแสดงความคิดเห็น ที่ไม่สามารถแสดงได้ในที่ไหนๆ และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หลายคนได้เผยด้านมืดมาในโลกไซเบอร์แห่งนี้ เพราะอ่อนแอที่จะแสดงทางอื่น!?
หลายคนแสดงได้แนบเนียนเหมือนๆ กับเป็นผู้มีปัญญา แต่พอเจอตัวจริงกลับตรงข้ามกับตัวตนในโลกเสมือนอย่างกับอยู่คนละโลก.
ยกตัวอย่างที่ผมได้รับทราบคือเว็บไซต์ธรรมะแห่งหนึ่ง มีสมาชิกมากมายที่มาอวด มาแสดงภูมิรู้ของตนเอง และเผอิญในนั้นมีผู้รู้จริงอยู่ ผู้รู้จริงท่านนั้นเล่าว่า ดูความเห็นในเน็ตนั้นแต่ละคนเก่งมาก เก่งอย่างกับเป็นพระอริยะเจ้า แต่พอเจอตัวจริง ตัวเป็นๆ แล้วก็ต้องตกใจ เพราะตัวตนจริงกับในเน็ตนั้นคนละอย่าง
และยิ่งท่านผู้รู้ที่ผมกล่าวถึงนั้นท่านสามารถรู้วาระจิตของคนอื่นด้วย ท่านยิ่งรู้จริงเข้าไปใหญ่ และท่านก็แนะนำว่าไม่ควรเข้าไปแสดงความเห็นในเว็บไซต์ให้มากนัก เอาเวลามาปฏิบัติจริงดีกว่า
และกรณีที่คล้ายๆ กันนี้ เท่าที่ผมทราบก็เกิดกับสังคมนี้เช่นเดียวกัน แทนที่เราจะได้กัลยาณมิตรที่ดีๆ มาคบหาสมาคม เรากลับเสียไปโดยยากที่จะหาทดแทนได้
เมื่อสังคมใดคน(ที่ผมคิดว่า)ดีอยู่ไม่ได้ แล้วสังคมนั้นจะเป็นเช่นไร?
ก็ต้องระวังกันครับ ระวังว่าเทคโนโลยีที่เราแห่แหน และคิดว่าเป็นทางออกทางหนึ่งให้สังคมเราดีขึ้น จะกลับกลายเป็นตัวทำลาย ความสงบ ปัญญา สมาธิ ของเราไป อย่างที่เราคาดไม่ถึง และไม่อาจเรียกคืนได้
นานๆ ทักทายกันที ขอโทษที่ทักกันหนักๆ หน่อย แต่ก็มาจากใจที่บริสุทธิ์จริงๆ ครับ
ธรรมสวัสดีครับ