การเล่าเรื่องขำขันเป็นศิลปที่ฝึกได้

เวลาเรานำการเรียนรู้ เรื่องขำขันก็จะถูกนำมากล่าวถึงโดยเฉพาะตอนบ่ายๆที่ปัจจัยภายในร่างกายเอื้อจริงๆ หากปัจจัยภายนอกเป็นโอกาสอีก ผมก็เห็นเพื่อนรวมห้องประชุมเริ่มตอกเสาเข็มแล้ว บางท่านแรกๆ เขินก็ต้นเดียว สักพักก็ต้องใช้สองต้นที่ทำให้ฐานมั่นคงมากขึ้น หากไม่อย่างนั้นเราก็จะพบเห็นผู้เข้ารวมประชุมแสดงความเคารพวิทยากรเป็นระยะ และหากเราเห็น หรือคนอื่นเห็นสักพักติดต่อกันเหมือนการแพร่ของเชื้อโรค ลองติดตามดูว่าเป็นจริงไหมเมื่อเรามองคนง่วงสักพักเดียว มันก็เข้ามาอยู่กับเราทันที(เป็นข้อมูลจากการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์) ระยะหลังๆเวลาพวกเราไปเป็นกระบวนกร ก่อนที่จะเข้าเวลาเรียนรู้เราก็เลยนำพาเสียเลยสัก 20 นาที อาจารย์ที่โคราชท่านใช้คำว่า ผ่อนพักตระหนักรู้ ก็สดชื่นแล้ว มาเข้าคอร์ส อบรมกับทีมเราซิครับ... (ฮา)

ที่จริงในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ หลายท่านได้เตรียมเรื่องขำ (มุข) ไว้เป็นระยะๆ เพื่อเรียกเสียงเฮ ฮาออกมาเป็นคราวๆ อย่างน้อย 7-10 นาทีครั้ง และเนียนไปกับเนื้อหาอย่างนี้ เรียกว่ามืออาชีพ นั้นหมายถึงว่าเราต้องเตรียมพื้นที่พอสมควรก่อนที่จะเล่า (เหมือนปลูกพืชผักต้องเตรียมดิน เตรียมพื้นที่ดี เรื่องดีมันก็ขึ้นเจริญงอกงามดี อย่างรวดเร็ว) และต้องสอดคล้องกับเรื่องนั้นอย่างนี้เรียกว่าได้ทั้งเนื้อ (หา) และน้ำ หากปล่อยมุขบ่อยเกินไป 3-5 นาทีต่อครั้งอย่างนั้นเป็นทอล์คโชว์หรือตลก หรือที่เราเรียกว่าน้ำท่วมทุ่ง(บางท่านก็มีเนื้อหา) (พูดด้วยถ้อยคำจำนวนมากแต่มีสาระจำนวนน้อย)หรือพวกที่พูดทื่อๆนั่งเกะโต๊ะเสียงชวนหลับอย่างนี้เอา VCD มาดู หรือเอาเทปมาฟังดีกว่าอย่างนี้ต้องเรียนเชิญท่านผู้อ่านตั้งชื่อให้หน่อย ......................เสียงหัวเราะ เสียงเฮ ฮา สารความสุขมันหลั่งออกมา และตรงนี้แหละครับการซึมซับ การรับความรู้มันเกิดมากขึ้นจริงนะครับ............