ทำงานเป็นหมอระดับอำเภอเกือบ 30ปี เดือนเมยทุกปีก็มีหมอลาไปเรียนต่อแล้วจะไม่กลับมาอยู่ระดับอำเภอ แพทย์จบใหม่ก็มาทดแทนแต่ไม่พอ เพราะวิธีคิดแบบเดิม ติดวิธีคิด กลัวจบไปไม่ได้standardเหมือนเมืองนอก แต่ไม่ยอมรับความจริงว่าชาวบ้านอยากมีหมอเพียงพอที่สามารถมาดูแลเขาแบบมาตราฐานไทยๆ คือหมอที่เป็นหมอครอบครัวสามารถเข้ากับชุมชนได้ดีมีชีวิตอยู่ในชนบทได้อย่างไม่มีข้อแม้ มากนักเหมือนหมอในระบบที่ผลิตจากน,รชั้นมัธยม6ถูกหล่อหลอมให้เหมาะสำหรับอยู่เฉพาะในเมือง

ใหญ่โรงพยาบาลใหญ่แทบจะหาหมอที่อยากอยู่ชนบทนานๆเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

แต่มีหลายอาชีพโดยเฉพาะพยาบาลที่สามารถไปเรียนหมอและกลับมาอยู่ที่เดิมอย่างเต็มใจ และอาจเป็นจุดพลิกผลันในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ของไทยในสถานะการณ์ปัจจุบัน ต้องกล้าคิดต่างจากแนวเดิมแต่มีเป้าหลักสามารถแก้ไขขาดแคลนหมอได้ เหมือนช่วงหนึ่งที่จีนเคยใช้หมอเท้าเปล่าแก้ปัญหาชนบท เหมือนผมเชื่อมั่นจะต้องทำให้สถานีอนามัยซึ่งเป็นฐานที่สำคัญที่อยู่ใกล้ชิดปชชมากที่สุดเป็นรพ ตำบลที่

อาศัยพยาบาลและทีมสุขภาพร่วมกันผ่าทางตันของระบบสธที่วนเวียนอยู่แต่ยอดขาดการเหลียวแลระดับตำบลแก้ปัญหาสธไม่ได้ แค่6ปีที่มุ่งมั่นก็สามารถทำให้ปชชรับบริการใกล้บ้านใกล้ใจ 8.5หมื่นครั้งเป็น3.3แสนครั้ง พบปชชระดับชนบทมีความสุขมากๆเพราะกล้าคิดกล้าทำผ่าทางตันออกมา ถ้าผู้บริหารระดับสูง ระดับนโยบาย มหาวิทยาลัย

แพทย์ศาสตร์เปลี่ยนมุมมองใหม่และหาโอกาสลงจากหอคอยงาช้างมาสัมผัสชนบทแค่

1สัปดาห์ และได้มาคุยกับแพทย์ พยาบาล และปชชในชนบทก็จะเห็นวีธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน