Peter Drucker ร้อนแรงในจีน[1]
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ
มติชน รายวัน ประจำวันที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11072
ชื่อของ Peter Drucker เจ้าพ่อแห่งวิชาการการจัดการ (management) ของโลกมายาวนาน ผู้จากไปในปี 2005 เมื่ออายุ 95 ปี ด้วยผลงานหนังสือ 39 เล่ม เริ่มเลือนรางไปจากวงวิชาการสหรัฐอเมริกาเพราะมีเรื่องใหม่ๆ เกี่ยวกับบริหารธุรกิจที่ดึงดูดความสนใจมาแทน เช่น Balanced Scorecard, Logistic Management, Blue Ocean Strategy, 360 Management ฯลฯ
อย่างไรก็ดี ในจีนและเอเชียบางประเทศ ชื่อของ Peter Drucker ยังร้อนแรงอยู่อย่างน่า แปลกใจ
หลายคนอาจไม่เชื่อว่าศาสตร์เกี่ยวกับการจัดการเพิ่งเป็นตัวตนและรู้จักกันเมื่อไม่นานมานี้เอง ถึงแม้จะมีการกล่าวถึงโดยนักปราชญ์สมัยโบราณมานานแล้ว ตำราเล่มแรกของศาสตร์การจัดการที่เรียนกันในมหาวิทยาลัยแต่งโดย J. Duncan ใน ค.ศ.1911
ทฤษฎีการจัดการปรากฏตัวเป็นเรื่องราวประมาณ ค.ศ.1920 และ The Harvard Business School เป็นผู้ริเริ่มปริญญาที่เรียกว่า Master of Business Administration (MBA) เป็นครั้งแรกใน ค.ศ.1921
หนังสือเล่มแรกๆ ของ Peter Drucker ที่มีชื่อเสียงคือ Concept of the Corporation ตีพิมพ์ใน ค.ศ.1945 และตามมาอีกจนนับได้ 39 เล่ม และมีการแปลถึง 30 ภาษา
Peter Drucker มีกำเนิดเป็นคนออสเตรีย เกิดในเวียนนา พ่อเป็นนักกฎหมายและเป็นข้าราชการระดับสูง เขาเล่าว่าครูอนุบาลเป็นผู้เริ่มสอนให้เขารู้จักความคิดเกี่ยวกับการจัดการ ในชั้นประถมปีที่ 4 ครูได้ถามคำถามที่โดนใจเขามากนั่นก็คือ "what do you want to be remembered for?" (จะให้ผู้คนเขานึกถึงตัวเธออย่างไร)
เขาทำงานหนังสือพิมพ์ตอนกลางวันและเรียนกฎหมายตอนกลางคืนที่ Hamburg University ในเยอรมัน ต่อมาเขาเรียนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายระหว่างประเทศจาก Frankfurt University ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของยิวในเยอรมันจนหนังสือถูกเซ็นเซอร์และเผาโดยนาซี เขาจึงอพยพมาสหรัฐอเมริกา
Peter Drucker สอนเศรษฐศาสตร์ที่วิทยาลัยเล็ก ๆ ในนิวยอร์ก และย้ายมาเป็นศาสตราจารย์ด้านการจัดการที่ New York University เขาทำงานอยู่ที่นี่เป็นเวลา 21 ปี ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ Claremont Graduate University มหาวิทยาลัยที่มีเฉพาะบัณฑิตศึกษาซึ่งมีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกาจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา
เขามีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาของบริษัทใหญ่ๆ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ของรัฐบาลต่างประเทศ ขององค์การไม่มุ่งกำไร หลายแห่งมายาวนานกว่า 60 ปี จนเขามีวัตถุดิบสำหรับการวิเคราะห์มหาศาล
ปัจจุบันในจีนมีการตั้งสถาบัน Drucker ถึง 14 แห่งในเมืองต่างๆ (Clarement Graduate University ได้ตั้ง The Drucker Institute และ Drucker-Ito Graduate School of Management) มีหลักสูตรหลากหลายที่เรียนสิ่งที่ Drucker ได้เขียนไว้และมีการแปลหนังสือของเขาเป็นภาษาจีนเกือบครบทุกเล่ม
สาเหตุที่ Drucker ร้อนแรงในจีนก็เพราะเขาย้ำในเรื่อง integrity (ความซื่อสัตย์สุจริตและซื่อตรงต่ออุดมการณ์) ความดีงาม ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความกตัญญูรู้คุณ ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนของขงจื๊อ (นักปราชญ์จีนผู้ยิ่งใหญ่และเป็นคนร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า)
Drucker เชื่อว่าจุดมุ่งหมายของธุรกิจ คือการสร้างสรรค์และรักษาลูกค้าไว้ ธุรกิจต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ให้คุณค่าแก่ลูกจ้าง ลูกค้า และต้องมีพันธกิจ ไม่ใช่เป็นไปเพื่อกำไรแต่เพียงอย่างเดียว
เขาบอกว่า integrity starts from the top และต้องมาเป็นสิ่งแรก ถ้า "top" ไม่มี integrity แล้ว ยากที่จะเกิด integrity ที่ "bottom" ขึ้นมาได้ คำสอนต่างๆ เหล่านี้ใช้ได้กับทุกลักษณะขององค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรไม่มุ่งกำไร
คำสอนเหล่านี้สอดคล้องกับปัญหาและสภาวการณ์ของจีนในปัจจุบัน การป้องกันและการแก้ไขต้องเรียนรู้จากความสำเร็จ ความล้มเหลว และปัญหาขององค์กรภายใต้ระบอบทุนนิยมของประเทศที่พัฒนาแล้ว มีคนจำนวนมากเชื่อว่ารัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนการเรียนรู้คำสอนของ Peter Drucker
ก่อนเสียชีวิต 5 ปี Peter Drucker เองได้มีส่วนในการวางรากฐานของการเรียนรู้คำสอนของเขาโดยเขาได้พบปะกับผู้นำของมูลนิธิ Bright China Management Foundation เพื่อจัดตั้งสถาบัน Drucker (ปีที่แล้วมีผู้บริหารจีน 6,000 คน จบจาก 14 สถาบันนี้ที่มีอยู่ทั่วประเทศ)
ในเกาหลีและญี่ปุ่นหนังสือของเขาขายดีมาก เกิดมีกลุ่มเรียนรู้แลกเปลี่ยนถกเถียง คำสอนของเขา และมีวารสารชื่อ Civilization and Management รวบรวมบทความซึ่งประยุกต์ คำสอนของเขากับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นจริงในองค์กรต่างๆ
Drucker ถูกนักวิชาการบางคนในสหรัฐอเมริกาวิจารณ์ว่าเป็นนักปรัชญามากกว่านักวิชาการด้านการจัดการ หาว่าเขายกตัวอย่างล้าสมัย ไม่มีคณิตศาสตร์ หรือสถิติสนับสนุนทฤษฎีหรือข้อสรุป ในปัจจุบันถึงจะมีหนังสือของเขาออกมาตีพิมพ์ใหม่หลายเล่ม มีการปรับปรุงหนังสือเก่าโดยเขียนร่วมกับคนอื่นหนึ่งเล่มที่กำลังดังในชื่อ Management และมีหนังสือที่นำเสนอคำสอนของเขาในรูปใหม่ (เช่น เล่มที่ชื่อว่า Diary Drucker) หนังสือเหล่านี้ขายได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจเทียบได้กับความร้อนแรงในจีน เกาหลี และญี่ปุ่น
Peter Drucker ไม่ต้องตอบคำถามของครูตอนประถมสี่ที่ว่า "what do you want to be remembered for ?" พวกเราสามารถตอบแทนได้อย่างเต็มปากและอย่างเต็มตื้นในหัวใจที่เขาได้ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของชาวโลกมายาวนานผ่านการบริหารจัดการซึ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพราะคำสอนของเขา
หน้า 6
[1] http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act03030751&day=2008-07-03§ionid=0130