โดย ชลนภา อนุกูล
๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
การคุกเข่าของวิลลี บรันดท์ นายกรัฐมนตรีเยอรมัน
ที่หน้าอนุสาวรีย์วีรชนชาวโปแลนด์ในการต่อสู้ต่อต้านนาซี ณ กรุงวอร์ซอ
ประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๓
ถือได้ว่าเป็นการขอโทษที่มีความหมายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด
และถูกจดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
วิลลี บรันดท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ ของเยอรมัน ช่วงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒
เขาเป็นนายกรัฐมนตรีเยอรมันคนแรกที่เดินทางไปเยือนโปแลนด์
ประเทศที่เคยถูกเยอรมันและรัสเซียเข้ายึดครอง และในช่วงสงครามโลกครั้งที่
๒ มีชาวโปแลนด์ถูกฆ่าตายด้วยฝีมือนาซีจำนวน ๖ ล้านคน
ขณะที่ไปเยือนอนุสาวรีย์วีรชนโปแลนด์ในการต่อสู้ต่อต้านนาซี
โดยไม่มีใครคาดคิด วิลลี บรันดท์ ได้คุกเข่าลงทั้งสองข้าง
ภาพนี้เป็นข่าวไปทั่วโลก มีผู้ถามบรันดท์ในภายหลังว่า
เขาได้วางแผนหรือทำไปด้วยความรู้สึกโดยอัตโนมัติ เขาตอบแต่เพียงว่า
ขณะนั้น เวลานั้น ต้องมีผู้ทำอะไรสักอย่าง

ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของการขอโทษครั้งนี้ ก็คือ การขอโทษในฐานะตัวแทนของชาวเยอรมันทั้งหมด วิลลี บรันดท์ มิใช่ผู้นำเยอรมันในการทำสงคราม
ชาวเยอรมันรุ่นเขาแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสงครามเลยก็ว่าได้
เขาเป็นเพียงลูกหลานของบรรพบุรุษผู้เคยกระทำผิด ในฐานะผู้นำของประเทศ
ที่เคยกระทำผิดทางประวัติศาสตร์ กับประชาชนของอีกประเทศหนึ่ง
และในภาวะที่คำพูดไร้ซึ่งความหมาย – เขาได้คุกเข่าลง
เยอรมันเป็นประเทศที่ก่อสงครามโลกทั้งสองครั้ง
และตกอยู่ในฐานะผู้แพ้สงครามทั้งสองครั้ง
ภารกิจของผู้นำเยอรมันภายหลังสงคราม
นอกจากการบูรณะบ้านเมืองที่เสียหายแล้ว
ยังต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
ตลอดจนเกียรติยศของประเทศ
เพื่อจะกลับเข้าร่วมวงษ์ไพบูลย์กับนานาประเทศดังเดิม
วิลลี บรันดท์ เดินทางไปโปแลนด์ เพื่อร่วมลงนามในสนธิสัญญากรุงวอร์ซอ
ผลของสนธิสัญญา เยอรมันสูญเสียดินแดน ๑ ใน ๔ ของอาณาจักรไรซ์เดิม
ให้กับโปแลนด์ ชาวเยอรมันที่ตกค้างในโปแลนด์จำต้องอพยพกลับสู่เยอรมัน
ชาวเยอรมันบางส่วนไม่เห็นด้วยกับสนธิสัญญานี้ แต่บรันดท์ชี้แจงว่า เยอรมันจำต้องจ่ายสิ่งเหล่านี้คืนให้กับความสูญเสียจากสงคราม เพื่อที่จะตัดห่วงโซ่แห่งความอยุติธรรมที่เป็นผู้ก่อขึ้น
ส่วนกรณีที่เขาคุกเข่าต่อหน้าอนุสาวรีย์วีรชนโปแลนด์นั้น
จากผลของแบบสอบถาม ชาวเยอรมันกว่าครึ่งนั้นไม่เห็นด้วย
แต่ผู้ที่เห็นด้วยกับเขาล้วนเป็นหนุ่มสาว และคนรุ่นใหม่ ตัววิลลี
บรันดท์เองก็ได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างสูง
เขาได้คลี่คลายปัญหาเขตแดนเยอรมันและโปแลนด์
สลายภาวะตึงเครียดช่วงสงครามเย็นระหว่างค่ายประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์
และสมานบาดแผลที่นาซีเยอรมันเคยกระทำไว้กับเพื่อนบ้าน
ปีถัดมาเขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
และเป็นชาวเยอรมันคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล
เขาได้นำเยอรมันก้าวออกมาจากความมืดมิด
เข้ามาสู่แสงสว่างแห่งการยอมรับของประชาคมโลกอย่างสง่าผ่าเผย
และแม้ในยุคสมัยปัจจุบัน วิลลี
บรันดท์ก็ถือได้ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยม
และเป็นที่รักของชาวเยอรมันมากที่สุด
การขอโทษย่อมมิอาจเกิดขึ้นได้จากการบิณฑบาตร้องขอ และคำขอโทษอันยิ่งใหญ่นี้จักเกิดขึ้นมิได้เลย หากปราศจากหัวใจ และปัญญา
หัวใจนั้นทำให้มองเห็นความทุกข์ร้อนของผู้อื่นเป็นเช่นเดียวกับของตน
ส่วนปัญญานั้นทำให้พิจารณาไตร่ตรองถึงสิ่งที่พึงกระทำบนพื้นฐานของจริยธรรม
การก้าวข้ามผ่านด่านแห่งศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นอัตตาความหลงทะนงตน
ความภาคภูมิใจในพวกพ้อง บรรพบุรุษ ชาติ ไปสู่ประตูแห่งเกียรติยศ
คือการกระทำในสิ่งที่พึงกระทำ หยามทำลายศักดิ์ศรีตนด้วยวีระกล้าหาญ
ที่นำพาไปสู่ความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย
แต่ประวัติศาสตร์ย่อมไม่บันทึกการกระทำที่ง่ายดาย
จาก... สยามเสวนา
"ขอโทษ"
การกระทำสำคัญทั้งถูกผิด.........ใคร่ครวญคิดก่อนทำสำคัญยิ่ง
รู้ว่าผิด "ขอโทษ" คือคนจริง.........ผิดยังหยิ่งว่าถูกถูกระอา
มิมีใครถูกได้ในทุกเรื่อง.........จะปราดเปรื่องทุกอย่างต้องศึกษา
แม้จะรู้ทำยากหลากนานา.........เมื่อรู้ว่าไม่คล่องต้องฝึกเอา
เช่นคำว่า "ขอโทษ" ลดทิฏฐิ.........อัสมิมานะพาขลาดเขลา
ลดละเลิกด้วยยอมรับปรับให้เบา.........ค่อยขัดเกลากันต่อพอเข้าที
เมื่อพลาดพลั้งตั้งต้นฝึกฝนใหม่.........น่าอภัย "ขอโทษ" อย่างเร็วรี่
ฝึกให้เป็นนิสัยน่ารักดี.........กล่าววาที "ขอโทษ" โกรธบรรเทา