พระอาจารย์ทางภาคเหนือรูปนั้นท่านอธิบายมานานแล้วตั้งแต่เกิดสึนามิใหม่ๆ

ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่นักวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายว่าเป็นวงรอบทุก ๑๐๐ปี

แต่ท่านอธิบายว่า เป็นเพราะเขื่อนขนาดใหญ่ที่ประเทศจีนที่สร้างไว้ เมื่อเก็บน้ำเป็นจำนวนมหาศาลก็มีน้ำหนักกดทับมากๆ และแผ่นเปลือกโลกที่จีนและไทยอยู่นั้นก็เป็นแผ่นเปลือกโลกใหญ่แผ่นเดียวกัน

ก็เป็นเหมือนกับคานงัด เมื่อมีการสั่งสมแรงอันเกิดจากน้ำหนักกดทับจากน้ำในเขื่อนที่อภิมหาใหญ่ที่จีนมากเข้าๆ

ก็เป็นเหมือนกับมีแรงคอยงัดขยับเปลือกโลกแผ่นนี้เรื่อยๆ จนเมื่อแรงมากพอก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่เกิดสึนามินั้นเอง

และท่านก็ยังยืนยันว่าจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยๆ และมีอีกเรื่อยๆ และจะรุนแรงขึ้น แล้วก็เป็นจริงอย่างท่านว่า

สำหรับกรณีล่าสุดนี้ ท่านก็ยืนยันว่าเป็นเหตุผลเดิมนั่นเอง และก็ยังอธิบายไว้ล่วงหน้าว่า ไม่ใช่อาฟเตอร์ช๊อค มันเป็นภาวะที่ไหวอีกเรื่อยๆ เพราะเนื่องจากน้ำในเขื่อนที่กดทับนี่แหล่ะ และจะอันตรายมากถ้าหากน้ำที่กดทับมากๆ นี้เกิดรั่วไหลทะลักผ่านชั้นหินไปถึงชั้นที่มีหินร้อนอยู่ข้างใต้

ก็จะเกิดปฏิกิริยาที่ก็ให้เกิดการกระเพื่อมของแผ่นดินเรื่อยๆ

จึงทำให้ท่านยืนยันว่า ไม่ใช่อาฟเตอร์ช๊อค จะไหวอีกเรื่อยๆ และไม่เบาลง

รวมทั้งกรุงเทพฯ ก็มีความเสี่ยงสูง เมื่อถึงเวลาต้องย้ายหนีจากกรุงเทพฯ พวกที่ยังไม่ถึงฆาต หรือยังไม่มีเหตุปัจจัยที่จะต้องประสบภัยร้ายแรง ก็จะมีเหตุภัยร้ายบางอย่างเป็นสิ่งบอกเหตุบีบบังคับให้ต้องขยัยขยายย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอื่นที่อยู่สูงขึ้น

ก็สุดแล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคนที่สร้างสมกันไว้ก็แล้วกัน

เรื่องนี้ควรเป็นไปในลักษณะให้เกิดแนวคิดที่จะนำไปสู่การพิจารณาค้นคว้าศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อการพิสูจน์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต่อไป ก็จะเป็นกลางและเหมาะสม

นอกนั้น คงเป็นลักษณะอุทาหรณ์สอนใจ เตือนให้มนุษย์เราไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต

และมีความระมัดระวังต่อพฤติกรรมการกระทำที่จะย้อนให้ผลร้ายกลับมาได้

หายนะยังรออยู่ข้างหน้าอีกเยอะ มิใช่แค่เรื่องนี้เท่านั้น!!!

จงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด