ผมคิดฆ่าตัวตายเพราะคนที่ผมรักไม่ให้อภัยกับคำพูดผม
ผมรักเขามาก มีเขาคนเดียว ความสำคัญที่มีให้เขามากจนกลายเป็นความหึงหวงที่รุนแรงตามมา ไม่ใช่เพราะรักรึอย่างไร ผมได้ว่าคนรักไปด้วยคำพูดที่รุนแรงไม่กี่ประโยคแต่พูดไปด้วยการเสียใจ กลัว ขาดสติ พอสติกลับมาก็ได้แต่ขอโทษไป
ผมกับคนรักอยู่ด้วยกันมา 2 ปี พ่อแม่ 2 ฝ่ายรับรู้ คบกันเป็นเรื่องราว
คนที่ผมรักศึกษาอยู่ ผมทำงาน ไม่มีเงินมากพอส่งเสียมหาลัยเอกชนได้แต่ส่งเสียค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันจนเรามีสิ่งของมากมายพอที่จะเรียกได้ว่า "ครอบครัวเล็กๆ"
ตอนนี้คนที่ผมรักจากไปไม่มีวันกลับด้วยเหตุผลหลัก ๆ เพียงแค่ว่า "ชั้นรับคำพูดของเธอไม่ได้"
ผม ซึ่งไม่เคยหักหลัง ไม่เคยนอกใจ ไม่เคยทรยศ ไม่เคยสวมเขาให้ มีเวลาให้เสมอหลังทำงานก็จะกลับมาหาเธอวันหยุดก็จะอยู่กับเธอ เธออยากไปเที่ยวที่ไหนก็พาไป อยากได้อะไรให้ทบทวนก่อนซื้อ
คราวที่เธอเหงา เสียใจ อมทุกข์ โกรธอะไรมา ผมจะปลอบและเป้นที่ระบายให้เธอ
เธอเจอทางตันผมก็ฟันฝ่าพาเธอข้ามอุปสรรค
ผมไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพย์ ไม่มั่ว ไม่เที่ยว เป็นผู้ชายที่รักครอบครัว
นอกจากรัเธอแล้วความรักนี้ต้องมีไปยังครอบครัวเธอด้วย
เธอเคยรักผมมากชนิดที่เรียกว่าขอแต่งออกมาเองเลย
เพื่อน ๆ ของเธอก็อิจฉในความรักของเรา2 คน
ผมไม่ให้เธอทำงานพิเศษเพราะตั้งใจให้เธอเรียนอย่างเดียว ขอแค่เรียนให้ดี อย่าให้ตกสักวิชาเป็นใช้ได้ จบแล้วยังไงก็ทำงานอยู่ดี
ตามประสาคนจีน เมียคนเดียวทำไมจะเลี้ยงไม่ได้
ยามเธอป่วยพาไปหาหมอไม่ซื้อยาซี้ซั้วมาให้ทาน ยามเป็นไข้จะอยู่เช็ดตัวให้เสมอ เธอมีปัญหากับสุขภาพมาก ผมเองก็ทยอยรักษาเธอจนหายไปหายโรคแล้ว
เธอเป็นเด็กมีปัญหามาก่อน มีปมด้อยมามาก ผมทดแทนให้เธอเสมอด้วยการเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอ คุณจะเข้าใจไหมว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง
เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด มากรุงเทพคนเดียวเพื่อที่มาตามหาผม ผมจึงมีหน้าที่ดูแลเธอด้วยใจจริง
เงินเดือนผมไม่มาก แต่ก็ไม่เคยให้เธออด เธอกินดี ๆ กินอิ่ม นอนหลับ อยู่ในที่สะอาด สะดวก สบาย
ผมทำหน้าที่ชนิดที่เรียกว่าจะให้เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
สุดท้ายเธอตัดสินใจเลือกคำพูดมากกว่าการกระทำของผม
แม้เธอเคยหลอกลวงผม สวมเขาผม รักจึงให้อภัย
แต่ทำไมเธอถึงไม่ให้โอกาสผม
พ่อแม่ของผมและขอเธอพยายามเกลี้ยกล่อมเธอให้กลับมาหาผม
ผมไปตามเธอถึงศรีสะเกษ ผมขอโทษคุกเข่าขอร้องเธอท่ามกลางศาลหลักเมืองเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2551 ช่วงเช้า โดยไม่อายใคร แค่ไปรับเธอกลับมา
เราอยู่ด้วยกันเช่นสามีภริยาที่รอการแต่งงาน
ตอนนี้ผมมีสติ แต่ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ร้องไห้ทุกวันวันละหลายครั้ง ตื่นขึ้นมาแทบจะคลุ้มคลั่ง ตาจะเหลือก
ฝันร้ายว่าเธอขนของหนีไปต่อหน้าต่อตาแล้วตามหาไม่เจอทุกวัน ตื่นกลางดึกแล้วก็ฝันต่อแบบเดิม คืนละหลาย ๆ ครั้ง จนผมกลัวการนอนไปแล้ว
แขนขาไม่มีแรง ทั้งที่เป็นคนอึดและแข็งแรงมาก จากคนที่เดินหรือยืนได้ 2-3 ชั่วโมงโดยไม่พัก กลายเป็นคนยืนได้แค่ 5-10 นาทีเข่าก็จะพับ
หน้ามืดง่าย การตัดสินใจที่ดีและรวดเร็วรอบคอบหายไป พูดชาเชื่องช้า
ประสาทหลอน มีความรู้สึกว่าคนที่รักอยู่ข้างกายตลอดเวลาแต่พอหันไปเจอความว่างเปล่า ท้อแท้ทันที ร้องไห้ทันที ตลอดเวลาทุกวัน
ร่างกายปวดร้าวชนิดหาสาเหตุไม่ได้
พบแพทย์แพทย์ก็จนปัญญา
มีสิ่งเดียวที่รักษาชีวิตผมได้ คือ คนรักผมให้อภัยผมแล้วกลับมารักกันไม่ทิ้งกันอีก
นอกจากเธอไม่เห็นค่าชีวิตของคนที่ดูแลและทำดีกันมาเลย เห็นเป็นเพียงแค่สิ่งที่ผ่านไปแล้ว
ผมร้องขอและปราถนาความตายท่ามกลางพ่อแม่พี่น้อง ด้วยความทรมาณจากจิตใจจนทรมาณไปถึงร่างกาย
น้ำตาพ่อแม่หลั่งไหล ลูกที่เลี้ยงและดูแลมาเกือบ 30 ปี ต้องเป็นไปเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่ลูกของท่านทำดีมาตลอดกับผู้หญิงคนนั้น
น้ำตาแม่บังเกิดเกล้าฝ่ายหญิงหลั่งไหลให้ผมเพราะรักผมเป็นลูกชายและเสียใจกับการตัดสินใจของลูกสาวของท่าน
จากวันนี้ไป ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ พฤษภาคม 2551 ผมคงจากโลกนี้ไปแล้ว
ทำไมผมไม่คิดโกรธแค้นเธอเลยนะ กลับเป็นห่วงเธอก่อนตายเสียด้วยซ้ำไป
เธอจะอยู่ยังไง ลำบากไหม อยู่กับใคร จะเจอจิ้งจอกสังคมล่อลวงไหม อนาคตครอบครัวที่เธอจะเริ่มกับคนใหม่จะเป็นอย่างไร
ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายมาขอความรักจากฉัน ฉันก็มอบความรักความจริงใจและความอบอุ่นให้ตลอดชีวิตที่อยู่ด้วยกัน แผ่นหลังของฉันที่เคยแบกเธอ อ้อมแขนฉันที่เคยอุ้มและกอดเธอไว้ หยาดเหงื่อแรงกายที่แลกกับความสุขสบายของเธอ และอีกมากมาย
ผมขออะไรจากพวกคุณได้ไหม
คุณคิดจะรักใครสักคนจงเลือกให้ดี เมื่อเลือกแล้วอย่าได้คิดว่าอนาคตจะได้เจอคนที่ดีกว่า แล้วเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ บางครั้งอนาคตของคุณถูกปูทางด้วยชีวิตจากคนที่รักคุณจนชีวิตสะบั้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว
ความรักสามารถทำให้คนอยู่หรือตายได้
ผมเองก้เช่นนั้น
ลาก่อนทุกคน ลาก่อนพี่น้อง จงยึดมั่นในรักและอย่าได้เปลี่ยนคู่รัก จงอย่ามีความรักแพ้จิ้งจอกหรือห่านที่เป้นเพียงสัตว์
081-7731570 จากกอล์ฟที่รักกีต้าร์