ขอขอบคุณอาจารย์มะปรางเปรี้ยว...

  • เดิมผมแยกบล็อก 2 บล็อกออกจากกันเด็ดขาดคือ สุขภาพ (บ้านสุขภาพ) กับสาระด้านอื่นๆ (บ้านสาระ)

หลักการแยกนี้เป็นไปตามทฤษฎีทางการตลาดที่ว่า 'one blog - one concept' หรือ "1 แนวคิด - 1 บล็อก"

  • ที่มาของแนวคิดนี้มาจากการทำการตลาดที่ว่า 1 ยี่ห้อควรมีเอกลักษณ์เพียง 1 เดียว ไม่นำเรื่องทุกเรื่องมารวมกันในบล็อก

ตัวอย่าง เช่น รถวอลโว่... เดิมมีเอกลักษณ์เดียวคือ 'safety' หรือความปลอดภัย

  • เมื่อวอลโว่ลดเอกลักษณ์นี้ลง ไปเน้นเรื่องอื่นแทน ทำให้รถวอลโว่ขายไม่ค่อยออก
  • ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า 'brand dilution' หรือ "การเจือจางของยี่ห้อ" จนขาดเอกลักษณ์

ต่อมา...

  • ต่อมาผมพบว่า บล็อก "บ้านสาระ" นี่... ถ้าไม่ update หรือนำเรื่องใหม่ๆ ขึ้นมานานเกินไป มันจะขาดอาหาร แคระแกร็น หรือถูกทอดทิ้งมากเกินไป
  • เลยนำเรื่องบางเรื่องมาตีพิมพ์ซ้ำ ทว่า... แยกกลุ่มเป้าหมายไปด้านอื่นที่ไม่ใช่สุขภาพ
  • นี่เป็นการแสวงหา "ลูกค้า" หรือ "ท่านผู้อ่าน" รายใหม่ๆ ให้เข้ามาสู่บล็อก "บ้านสุขภาพ" ไปทางอ้อมด้วย

การทดลองใหม่...

  • ใน OKnation blog... ผมทดลองใหม่
  • ยุบรวมทุกเรื่องมาไว้ในบล็อกเดียวกัน คือ "บ้านสุขภาพ" > [ Click ] > เนื่องจากมีแนวคิดด้านการตลาดใหม่ขึ้นมา นั่นคือ '1 blog 1 person' (not '1 blog 1 personality')

แนวคิดใหม่นี้เชื่อว่า บล็อกไม่เหมือนกับยี่ห้อสินค้าทีเดียว...

  • ทว่า... บล็อกมีลักษณะเป็น 'peer-to-peer' หรือการสื่อสารแบบ "เพื่อน-ถึง-เพื่อน" ซึ่งคน 1 คนอาจจะสนใจเรื่องมากกว่า 1 เรื่องก็ได้
  • ขอเพียงให้ผู้อ่านรู้ว่า คนคนนี้เขียนก็พอแล้ว ถ้าชอบบล็อกเกอร์คนนี้ก็จะขอตามไปอ่านละ...

จากการทดลองที่ผ่านมา...

  • '1 blog 1 person' มีแนวโน้มจะได้ผลมากกว่า '1 blog 1 personality'
  • นั่นคือ คน 1 คนมีแนวโน้มจะรวมทุกอย่างเป็นบล็อกเดียวได้ดีกว่าแยกบล็อกเป็นหลายๆ บล็อก ทำให้บล็อกบางบล็อกแคระแกร็น หรือถูกทอดทิ้งนานเกินไป

สังเกต...

  • บล็อกเกอร์ใน OKnation จะทำบล็อก 1 บล็อกเท่านั้น ซึ่งจะทำให้คนอื่นรู้จักได้เร็วกว่าการแยกบล็อก
  • การทดลองนี้คงจะทำให้ผมเข้าใจทฤษฎีทางด้านการตลาดยุคใหม่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากการตลาดยุคใหม่เป็นการสื่อสารหลายทิศทาง (multidirectional communication) ไม่ใช่การสื่อสารทางเดียว (unilateral communication) อีกต่อไป...