- ขอบพระคุณท่านอาจารย์หมออย่างสูงเลยครับ ที่นำเสนอมุมมองท่านด้านนี้ออกมาครับ
- เพราะในฐานะอดีตอาจารย์ผู้น้อยในมหาวิทยาลัย ขอยืนยันอีกแรงได้เลยครับว่า "เป็นอย่างที่อาจารย์หมอพูดจริง ๆ ครับ"
- โดยเฉพาะตอนที่เกิดองค์กรมาตรฐานเยอะ ๆ คอยเข้ามาตรวจเอกสารและจัดลำดับชั้นของมหาวิทยาลัย
- ครู อาจารย์ ก็ยิ่งโดนผู้บริหารบังคับให้ทำผลงานทางวิชาการมาก ๆ เพื่อที่จะได้เลื่อนลำดับชั้นของมหาวิทยาลัย
- งบประมาณส่วนใหญ่ทุ่มเทไปให้อาจารย์เขียนเอกสารทางวิชาการ เดินทางค้นคว้าเอกสาร ประชุม สัมมนา การเขียนเอกสาร จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยพิมพ์เอกสาร วัสดุครุภัณฑ์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เอาไว้ให้อาจารย์ทำผลงานทางวิชาการ
- ส่วนงบกิจกรรมนักศึกษา งานกิจการนักศึกษา น้อยมาก ๆ ครับ ถ้าคิดต่อหัวนักศึกษาต่อคนต่อเทอม บางครั้งยังไม่ถึงร้อยบาทครับ
- แต่งบประมาณพัฒนาอาจารย์และเขียนเอกสารทางวิชาการมากโขเลยครับ
- ดังเช่นที่อาจารย์หมอบอกเลยครับว่า เหมือนจะเชื่อมโยงกันครับ เพราะเขียนเอกสารทำงานวิจัยจะทำให้การสอนดีขึ้น แต่ทางปฏิบัติกลับสวนคนละทางกันเลยครับ คนไทยนี่มหัศจรรย์มาก ๆ เลยครับ เก่งจริง ๆ ครับ ทำเอกสารได้ วิจัยได้อย่างมากมาย บางครั้งเก่งกว่าฝรั่งอีก แต่นำมาสอนเด็กไม่ได้ครับ
- ทำงานให้กับจังหวัด หน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่เลย ประชุมโน่นประชุมนี่ ลงชุมชนตลอดเวลา แต่มาสอนหนังสือไม่ได้ อ้างว่าติดประชุม ผมงงมาก ๆ เลยครับ
- เรื่องของการสอนเอาไว้ลำดับสุดท้ายเลยครับ
- เหมือนดังเช่นที่น้องคนหนึ่งที่เข้ามาสอบถามผมขอความคิดเห็นเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะเรื่องการสอบสอนครับ
- ผมก็เลยเล่าให้ฟังว่ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันเน้นหาคนทำงาน ทำ KPI ทำงานวิชาการ ทำวิจัย (แบบตอบสนอง KPI) มากกว่าสอน เรื่องสอนเป็นเพียงแค่หน้าที่ (ลำดับสุดท้าย) สอนให้รู้ว่าได้สอน
- อาจารย์ต้องสอน สอนให้ครบทุกชั่วโมง แต่ไม่เน้นคุณภาพการสอนเลยครับ พูด ๆ ไปให้ครบชั่วโมง แล้วก็สั่งงานให้คล้าย ๆ ว่าเป็นรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง Learning organization บ้าง สั่งงานเพื่อตอบสนอบ KPI บ้างครับ
- สอนครบแต่ไม่มีคุณภาพ เด็กไม่รู้เรื่องเลย ไม่มีปัญหาครับ
- สอนไม่ครบแต่สอนดีมีคุณภาพ เด็กเข้าใจสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเอนกอนันต์ สอนแบบนี้มีปัญหาครับ ถูกต้องสำหรับการศึกษาและนักศึกษาแต่ไม่ถูกใจผู้บริหารครับ
- ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ