สวัสดีครับ
- ตามมาอ่านและขอบคุณที่ช่วยเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องสู่มวลสมาชิกครับ
ขอเสริมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นดังนี้ครับ
- ที่ว่า .. กำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้อง ก็ขอให้นึกถึงว่า ความรู้เรื่องนั้นควรประกอบด้วย Topic อะไรบ้าง และ จัดลำดับเสียให้ถูกต้องด้วย เช่น
- ความหมาย
- ประโยชน์
- การแบ่งประเภท
- การนำไปใช้ประโยชน์
- การเก็บรักษา
- ฯลฯ - เมื่อได้ข้อมูลจากหลายแหล่งก็นำมาแยกใส่ไว้เป็นกลุ่มตามหัวข้อที่กำหนดไว้ อย่างน้อยน่าจะไม่ต่ำกว่า 3 แหล่ง และทุกข้อมูลย่อยต้อง Copy เอา URL มาวางกำกับไว้ด้วย เพื่อใช้อ้างอิง และย้อนกลับไปดูใหม่ได้โดยสะดวก หากเป็นข้อมูลจากเอกสาร ตำรา ก็ให้อ้างอิงตามมาตรฐานที่ทำกันทั่วไป การระบุวันที่สืบค้นไว้ด้วยก็มีประโยชน์ครับ
- เรื่องของรูปภาพนั้น ให้ทำรายการภาพขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยให้อ่าน Text ที่ทำเสร็จแล้วไปตามลำดับหัวข้อ คิดตามไปว่า ถ้าจะไปสร้างเป็นสื่อเอกสาร หรือ Presentation ควรมีภาพอะไร ลักษณะไหนมาประกอบบ้าง คิดและเขียนรายการโดยไม่ต้องกลัวว่าจะหาภาพได้หรือไม่
- เมื่อได้รายการครบถ้วนจึงสืบค้นหารูปภาพ เลือกเอาที่ตรงกับบัญชีที่เราทำไว้ .. ภาพสวยแต่ไม่สนับสนุนเนื้อหา ไม่ตรงจุดมุ่งหมายก็ไม่ต้องเอามา .. ถ้าภาพในอินเตอร์เน็ตไม่มี จะถ่ายเอง หรือ Scan/Copy มาจากเอกสารสิ่งพิมพ์ก็ย่อมได้
- ถ้าเป็นภาพจากอินเตอร์เน็ต ระวังภาพขนาดเล็ก รายละเอียดต่ำ ใช้งานไม่ค่อยได้ ต้องรู้จักเลือก ขนาดไฟล์น่าจะเกิน 20-30 Kb. ขึ้นไป ยิ่งสูงภาพยิ่งคมชัด
- อย่าลืมบันทึกรายละเอียดของภาพไว้ในไฟล์ notepad ชื่อ picture description ด้วย วางไว้ใน Folder เดียวกับรูปภาพ คือ Folder ชื่อ Image นั่นเอง ดูตัวอย่างที่วางไว้ให้ดู ใน Server ของคณะฯ .. หัวข้อ "ตัวอย่างการจัดเก็บข้อมูล"
- งาน Powerpoint ที่ให้ลองทำแล้วใส่ใน Folder ชื่อ Works นั้น เป็น Powerpoint ประกอบการบรรยาย จึงจำเป็นต้องทำให้ "อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง" หมายถึงมีสาระที่เป็นประเด็นสำคัญ ไม่ลงรายละเอียด เป็นความเรียงแบบตำราสำหรับอ่านด้วยตนเอง .. เมื่อมีผู้บรรยายจึงจะเข้าใจได้ชัดเจน .. ทางที่ดีจึงควรทำ Script ก่อนสร้าง Powerpoint โดยกำหนดเป็นตารางว่า Slide ไหน จะบรรยายว่าอย่างไร .. ข้อความบนจอก็จะมีเพียงประเด็นหลัก ประเด็นรอง .. ส่วนรายละเอียดให้ขยายความโดยการบรรยาย(พูด) .. จึงจะเป็น Powerpoint ประกอบการบรรยาย ครับ
- งานทั้งหมด ไม่เน้นปริมาณ แต่ต้องการให้ "ทำเป็น" "ทำถูก" เป็นสำคัญ
- แนะนำว่า อย่ารีบ อย่าใจร้อน เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ช้าๆ แต่ต่อเนื่อง .. อาศัยการแลกเปลี่ยน พูดคุยกันเองในหมู่พวกเดียวกันจะดีมาก เพราะ จะได้ไม่ต้องเรียนรู้อะไร ที่เกินจำเป็นมากนัก .. เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ จะเกิดปัญหาบ้างก็ค่อยเพิ่มเติมความรู้ไปทีละน้อย ใช้เวลาหน่อยไม่เป็นไร .. อย่ารีบร้อนจนเครียด .. การเรียนรู้ที่ดี ย่อมไม่มาพร้อมกับความเครียด ครับ
- เริ่มต้นเรียนรู้การใช้งาน ICT แล้วหวังจะเก่งและชำนาญ ใน 5 วัน 10 วัน ก็ไม่ต่างจากการ เริ่มปฏิบัติธรรมแล้วหวังถึงพระนิพพานในวันนี้ พรุ่งนี้ .. สิ่งที่ได้จะมีแต่ทุกข์ กับ ทุกข์ ครับ
- สรุปก็คือ ทำงานด้วยการเข้าใจถ่องแท้ถึงประโยชน์-คุณค่าของมัน .. ทำด้วยการมีฉันทะที่ถูกต้อง .. ไม่ใช่หวังคะแนน .. ใจเย็นๆ .. ทำไป ถามไป แก้ไขไป ช้าหน่อยไม่เป็นไร .. ขอเพียงแต่อย่าทิ้ง .. เท่านั้นเอง
- ... ว่าเสียยาวเลยนะ ครูปู .. ทั้งหมดก็เพื่อบอกถึงทุกๆคนให้ได้เข้าใจ และไม่เครียดครับ