เรียนคุณหมอแคนเมืองขอนแก่น ...("แคน" กับ "รีเจนซี่" นี่บอกความสุนทรีค่ะ)

ชอบใจการแยกแยะของอาจารย์ค่ะ ชัดเจนดี

แต่ตัวเองก็ไม่ถึงกับ localism นะคะ ยังไงก็ยังคิดว่าทีมวิจัยคงต้องผสมทั้ง แนวคิดและวิธีการ ...เป็นงานยากทีเดียว แต่ก็ท้าทายค่ะ

รัฐมีจุดแข็ง จุดอ่อน ชุมชนก็มีจุดแข็ง จุดอ่อน เอกชนก็มีจุดแข็งจุดอ่อน คิดว่าถ้านักวิจัยและทีมงานในพื้นที่หาเจอ ก็จะเชื่อมต่อกันได้ลงตัว เหมือนเอาจิีกซอสองสามชิ้นที่มีส่วนยื่นส่วนเว้าต่างกันแต่มาเสริมต่อกันได้พอดี (พูดง่ายนะคะ)

หลักการกว้างๆ เช่น สิ่งที่มีผลกระทบในวงกว้างข้ามพื้นที่ รัฐเข้ามาทำ สิ่งที่มีผลกระทบเฉพาะพื้นที่ ชุมชนก็จัดการได้... อะไรทำนองนี้

กลไกจะเป็นประโยชน์ต่อเมื่อเรารู้ว่า จะเอากลไกนี้ไปทำอะไร คิดว่าการรู้โจทย์หรือปัญหาของพื้นที่ก่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ปัญหาในที่นี้หมายถึง "ประเด็น" ค่ะ ส่วนปัญหาเรื่องการบริหารจัดการนั้น ถือว่าเป็นปัญหาเชิงกลไก

รู้สึกคล้ายๆกับว่า ทีมงานให้ความสำคัญกับปัญหาเชิงกลไกการบริหารจัดการ มากกว่าปัญหาเชิงประเด็น คือ "สวัสดิการอะไรที่พื้นที่ต้องการหรือควรจะมี แต่ขาดไป" หากใช้โจทย์ของพื้นที่เป็นตัวตั้ง ก็จะตั้งคำถามต่อว่า ทำไมจึงขาดส่วนนี้ไป เป็นปัญหาที่กลไกการบริหารจัดการ หรือเป็นเพราะปัญหาอื่นๆ.. จากนั้นจึงออกแบบการทำงาน

นกกับหนอนก็ต้องช่วยกัน ..การจัดการความรู้ การพูดคุย การมีส่วนร่วมคงช่วยได้ค่ะ

อาจารย์ภีมกับปัทมาวดีคิดต่างกันนั้นดีแล้วค่ะ เป็นความตั้งใจที่จะเสนอในส่วนที่คนอื่นอาจจะยังไม่ได้มอง ..ก็เผื่อจะช่วยกันเติมเต็ม .ตัวเองก็ทำได้แค่ในเชิงกรอบคิดแค่นั้นค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย