แลกเปลี่ยนเรื่องงานสวัสดิการครับ อ.ภีม ชี้ให้เห็นถึงตัวระบบโครงสร้างการทำงาน และบทบาทหน้าที่ของแต่ละชุดทำงานในต่าง ๆ ระดับกัน (Multi level) และชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ว่าจะมีความต่างระดับแต่ก็มีผลสะเทือนต่อกันได้เพราะนี้เป็น ระบบการจัดสวัสดิการของชาติ จากกรณีตัวอย่างเรื่องการปฏิวัติที่เข้ากับแนวคิดเรื่อง Chaos Theory ที่เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" หรือที่เรียกว่า Betterfly Effect
จากคำถามของ อ.ปัทมาวดี ซึ่งเป็นคำถามที่น่าสนใจตรงที่ทำให้เราได้กลับเอาไป "ตั้งหลัก" และคิดต่อกับงานสวัสดิการที่กำลังทำอยู่ที่ขอนแก่น
อ.ภีม ตั้งหลักธิบายเรื่อง "ตานก-ตาหนอน concept" ทำให้เห็นภาพชัดเจนครับ และ อ.ปัทมาวดีก็ตอกย้ำว่า "นกต้องอยู่อย่างนก หนอนต้องอยู่อย่างหนอน" จากที่อาจารย์ชี้เรื่อง Horizental Network
ผมคิดว่าในมุมมองของอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน กำลังมองว่าเห็นในเชิงของกระบวนการการทำงานที่ต่างแง่มุมกันคือ
1) การจัดการระบบสวัสดิการต้องมองเชิงระบบ และจัดการวางระบบในบทบาทหน้าที่ให้ดีอย่างเป็นระบบ ถ้ากลไกเล็กดีมีประสิทธิภาพทำงานได้ ก็จะนำไปสู่กลไกใหญ่ในต่างระดับทำงานได้เช่นกันหรือทำงานไปพร้อม ๆ กันตามระบบกลไก ผมเห็นว่า อ.ภีม ค่อนข้างเชื่อในแนวนี้ครับ (อาจเป็นเพราะฐานคิดที่เป็นวิศวกรที่เชื่อในระบบกลไก)
2) การจัดสวัสดิการที่ต้องมองความสัมพันธ์ในแนวราบ การจัดความสัมพันธ์บนฐานที่ Actor ต่าง ๆ สามารถทำงานได้ ในฐานะที่เท่าเทียมกันในเชิงของสถานภาพ (Status) อ.ปัทมาวดี ค่อนข้างเชื่อไปทางนี้
Neoliberalism-----------------------------Localism
State welfare----------------------community Welfare
Formal-------------------------------Informal
Aj Pem__________________________________Aj. Pat
อย่างไรก็ตาม อ.ทั้งสองท่านก็ยังไม่ได้ฟันธงว่าต้องให้นักวิจัยพื้นที่เดินไปในแนวใหน ซึ่งก็ยังเปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่ได้ลองคิด และจัดการให้งานเรื่องสวัสดิการสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ (หมายถึงความยั่งยืน ของ อ.ปัท หมายความคุ้มทุน คุ้มค่า ของ อ.ภีม)ข้อเสนอหรือสิ่งที่คนทำงานในพื้นที่มองคือ มองในเชิงของการจัดการในลักษณะที่ผสมผสานทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกัน คือ
1)ระบบสวัสดิการที่ต้องบูรณาการ
Mix welfare regime
ระบอบสวัสดิการที่อยู่ตรงกลางไม่ปฏิเสธรัฐแต่พึ่งพาแบบพึ่งตนเองซึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหม่มีบทความตีพิมพ์เรื่องนี้มากมาย
2) ตานก-ตาหนอน อาจจะต้องตัดแว่นเพิ่มให้กับนกและหนอนได้มองเห็นทั้งในมุมกว้างและลึก (ให้คนสายตายาว ได้มองเห็นใกล้ ๆ คนสายตาสั้น มองได้ไกลขึ้น)ในแง่นี้คือ ในทางปฏิบัติเรื่อง
- การจัดระบบฐานข้อมูล สร้างฐานข้อมูล ที่ไม่ใช่เป็นเพียง Data แต่เป็น Informtion คือ ข้อมูลที่ย่อยแล้วนำไปใช้ในการทำงานหรือตัดสินใจได้ตรงนี้แต่ละจังหวัดที่ทำเรื่องสวัสดิการต้องทำ อย่างที่ อ.ตุ้มเสนอให้ใช้ Mapinfo ผมยืนยันว่าต้องทำครับ จังหวัดต้องทำ ต้องลงทุน
- การให้นกได้บินลงมาพื้นดิน เกาะอยู่ และนั่งนิ่งเฝ้ามองปรากฎการณืในพื้นที่บ้าง อันนี้จะทำให้นกได้เกิด จิตวิญญาน และทำงานในเรื่องนี้ด้วย ใจที่ติดิน รู้หัวอกหัวใจของคนที่เรียกว่าไม่มีความมั่นคงในชีวิต เป็นอย่างไร
3)ระบบการทำงานต้องการการผนึกกำลัง ที่อาจารย์หมอประเวศพูดมานานเรื่อง "Synergistic" แต่พึ่งมีคนได้ยินในเร็ว ๆ นี้เริ่มเอามาใช้ โดยเฉพาะการทำงานกับคน สังคม และโครงสร้างที่เป็นอยู่ที่ต้องระมัดระวังอย่างมากในเรื่องการชี้ถูก ชี้ผิด หรือภาษาสมัยใหม่เรียกว่า "ฟันธง" การทำงานกับคนสังคมความหยาบละเอียดต่างกันต้องระวังและรักษาระยะความสัมพันธ์ ประคับประคองเพื่อให้เกิด Movement ของงาน
คงพอแค่นี้ก่อนนะครับ คราวหน้าผมจะเสนอโครงสร้างและระบบงานพื้นที่ของขอนแก่นครับ ขอบคุณครับ